“คมนาคม” เร่งสางปมค่าโง่โฮปเวลล์ จ่อเสนอ ครม. ไฟเขียวหาแหล่งเงินจ่ายค่าเสียหาย 2.5 หมื่นล้าน พร้อมเจรจาเอกชนหาแนวทางจ่ายเป็นงวด-ลดดอกเบี้ย เสนอ “อนุทิน” ลุยฟ้องร้องใหม่ ด้าน “ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน” ขีดเส้นตายลงนามเที่ยง 25 ต.ค.นี้

 

คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีโฮปเวลล์ว่า คาดว่าจะสรุปแนวทางการชำระค่าเสียหายกรณีดังกล่าว ที่มีมูลค่า 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินต้นมูลค่า 12,000 ล้านบาท และดอกเบี้ยมูลค่า 13,000 ล้านบาทภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ก่อนที่จะครบกำหนดในวันที่ 19 ต.ค.นี้ เบื้องต้นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายเงินผ่านการกู้เงิน แต่ในเบื้องต้นได้มีการรายงานพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ทราบเรื่องแล้ว

ทั้งนี้ การชำระค่าเสียหายให้กับบริษัท โฮปเวลล์นั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาแหล่งเงินทุน ส่วนรูปแบบการชำระเงินนั้น จะขอเจรจากับเอกชน เพื่อผ่อนจ่ายเป็นงวด รวมถึงขอลดค่าดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน จะต้อง ครม. ขอแก้และทบทวนมติ ครม.เดิม ที่ให้อำนาจผู้ดำเนินการเรื่องค่าชดเชยค่าทางด่วน ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดเก่า เนื่องจากปัจจุบันเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว เพื่อแก้ไขเปลี่ยนเป็นมอบอำนาจให้กระทรวงคมนาคมดูแลเรื่องนี้

ในส่วนการยื่นฟ้องศาลกรณีโฮปเวลล์นั้น นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เป็นคนละคดีกับเรื่องชดเชยเอกชน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องทำคู่กันไป โดยตนมั่นใจว่าจะชนะการฟ้องร้องในครั้งนี้ และมีหลักฐานเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรมัดตัวผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง แต่การยื่นฟ้องนั้น ตนจะส่งมอบให้หน่วยงานอื่นดำเนินการแทนตามเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งตอนนี้คาดว่าหน่วยงานที่รับดำเนินการจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยในเรื่องดังกล่วนั้น จะต้องรายงานให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาด้วย

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงิน 2.2 แสนล้านบาทนั้น ตนมั่นใจว่ากิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) จะมาลงนามสัญญาตามที่นัดหมายในวันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 12.00 น. ซึ่งถือเป็นเดดไลน์วันสุดท้าย และจะไม่มีการขยายเวลาเพิ่มไปอีก โดยในวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค. 2562) จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมนัดแรก พร้อมทั้งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายสาธารณูปโภคมาร่วมหารือ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ตามกรอบข้อเสนอการร่วมลงทุน (Request For Proposal :RFP) รวมถึงหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และกฎหมายไทยอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดย..ยกล้อ

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th