ยุคที่อุตสาหกรรมในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม หลายธุรกิจให้ความสำคัญกับแนวคิดการจัดการโลจิสติกส์ที่มุ่งให้องค์การเกิดความสามารถหลัก (Core Competencies) โดยใช้โมเดลการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันทั้งองค์ประกอบ 8 อย่าง ดังภาพ ดังนี้

1. มาตรฐาน (Standard) ไม่ได้หมายถึงมาตรฐานการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงมาตรฐานอื่น ๆ ของอุตสาหกรรมด้วย สำหรับมาตรฐานในการทำงานนั้น ธุรกิจโลจิสติกส์ได้มีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพกำหนดสาขาอาชีพผู้ปฏิบัติคลังสินค้า ผู้ควบคุมสินค้าคงคลัง ผู้ควบคุมรถยกสินค้า สาขาผู้บริหารงานขนส่งสินค้าทางถนน เป็นต้น และมาตรฐานในอุตสาหกรรมหรือการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น GMP HALAL HACCP ISO Food Safety ฯลฯ ซึ่งมิติมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นเครื่องค้ำจุนสินค้าและบริการที่จะเกิดความยั่งยืนในการยกระดับมาตรฐานทางธุรกิจ 

2. การบริการ (Service) ซึ่งจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักเกณฑ์คุณภาพการบริการ (Service Quality) โดยผู้ประกอบการผู้ให้บริการต้องยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการบริการให้สูงขึ้นในระดับสากล รวมถึงการมีระบบการประเมินคุณภาพการให้บริการ มาตรวัดหรือ KPI ตรวจสอบถึงความสามารถในการให้บริการตามที่ได้สัญญาไว้ เพื่อให้ผู้มาใช้บริการ/มารับบริการจะเกิดความประทับใจรวมถึงส่งผลต่อประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) มาใช้บริการอีกด้วย

3. คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green) ในทุกกระบวนการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่กิจกรรมแรกคือการจัดหาแหล่งวัตถุดิบที่เป็นต้นทางของกิจกรรม ซึ่งวัตถุดิบนั้นสามารถย่อยสลายได้ จนผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป และส่งมอบผลิตภัณฑ์นั้นถึงมือผู้บริโภค โดยมุ่งเป้าหมายในเรื่องการลดคาร์บอนไดออกไซด์ ลดต้นทุน และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยพลิกฟื้นธุรกิจให้เกิดความเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

4. การสร้างเครือข่าย (Cluster) ซึ่งการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนจะต้องเป็นความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ สถาบัน ลูกค้า ชุมชน และแหล่งจำหน่ายกระจายสินค้า หรือจะเป็นภาครัฐกับภาคเอกชน หรือภาคเอกชนกับภาคเอกชนก็ตาม โดยยกระดับทำให้ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนไต่เพดานถึงระดับสากลรูปธรรมอย่างแท้จริง

5. มีเรื่องราวหรือตำนาน (Story) เป็นใช้หลักการตลาดนำมาผูกเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์และบริษัทจนทำให้ผู้บริโภคเข้าใจ ประทับใจ และรู้สึกมีความเป็นตัวตน รวมถึงการมองแบรนด์ของเราในมิติที่แตกต่างไปจากการมองสินค้า/บริการของคู่แข่งขัน

6. การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR) กับซัพพลายเออร์/ผู้ส่งมอบ ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐาน ISO 26000 และเป็นมาตรฐานบังคับ โดยจะต้องกำหนดวางนโยบายกลยุทธ์ของบริษัท และให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายดังกล่าว

7. การสร้างนวัตกรรม (Innovation) จะต้องเป็นการคิดหรือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยวิธีใหม่ๆ ด้วยการสร้างสรรค์ต่อยอดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด การจัดการ การผลิต กระบวนการ ระบบ โครงสร้างองค์กร รูปแบบธุรกิจ เพื่อที่จะสร้างมูลค่าใหม่ ๆ ไม่ใช่เป็นการคิดและพัฒนาเพียงช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องคิดอยู่ตลอดเวลาตามโจทย์ของสภาพการแข่งขัน คู่แข่งขัน และลูกค้า

8. การตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบ (Traceability) มีระบบที่สามารถตรวจเช็คย้อนกลับของวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบการผลิตสินค้าและบริการนั้น ๆ ว่านำมาจากแหล่งใดในทุกขั้นตอน นับว่าเป็นเครื่องมือทางการจัดการในการลดความเสี่ยง อันจะก่อให้เกิดความสามารถทางการแข่งขันได้.