ครม.สัญจรไฟเขียวกรอบวงเงินค่าเวนคืนมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี 1.2 หมื่นล้าน กรมทางหลวงเดินหน้าเร่งจ่ายชาวบ้านคาดครบถ้วนสมบูรณ์แบบ มี.ค. 63 มั่นใจแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการปี 2566 ฟาก O&M จ่อลงนาม ก.พ.ปีหน้า

คุณสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96.4 กม. วงเงิน 49,120 ล้านบาท ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรในวันนี้ (12 พ.ย. 2562) นั้น ครม.มีมติอนุมัติกรอบวงเงินการเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่ม 12,032 ล้านบาท จากวงเงินที่ต้องใช้ 17,452 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ กรมทางหลวงจะเร่งจ่ายเงินให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนครบทุกรายภายใน มี.ค. 2563

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีการก่อสร้างงานโยธา จำนวนทั้งหมด 25 สัญญา อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ผลงานก่อสร้าง (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562) 25.08% ช้ากว่าแผน 56.00% เนื่องจากผู้รับจ้างเข้าพื้นที่ทำงานได้เพียง 31% จากพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด หลังกรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ได้รับไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม การได้รับอนุมัติกรอบวงเงินเพิ่มเติมในวันนี้นั้น กรมทางหลวงจะดำเนินการส่งมอบพื้นที่ พร้อมเร่งรัดให้ผู้รับจ้างเข้าทำงานต่อตามแผนงาน และคาดว่าจะแล้วเสร็จทุกสัญญาในช่วงต้นปี 2566

“ในส่วนของงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยวงเงินที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้ เป็นเงิน 5,420 ล้านบาท ปัจจุบันเบิกจ่ายไปหมดแล้วยังขาดอีก 12,032 ล้านบาทรวมเป็นเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมด 17,452 ล้านบาทวงเงินที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก กรอบวงเงินเดิมที่ได้รับการอนุมัติ ในปี 2558 ได้จากการประมาณราคาค่าเวนคืนเบื้องต้น โดยใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์เป็นหลัก ต่อมาในปี 2559 ได้มีการเข้าสำรวจพื้นที่จริง ทั้งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ อย่างละเอียด พบว่ามีจำนวนมากกว่าที่ได้ประมาณการเบื้องต้นประกอบกับมีการพัฒนาพื้นที่ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดโครงการสำคัญ ตามแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ และบริเวณใกล้เคียง ส่งผลทำให้สภาพการใช้พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น จึงได้กำหนดราคาค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสภาพความเป็นจริง โดยได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ทุกประการ ส่งผลให้วงเงินสูงเพิ่มมากขึ้น”

 

 

 

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่ออีกว่า นอกจากงานโยธา และงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว ยังมีการลงทุนงานระบบต่างๆ ซึ่งจะรวมอยู่ในขอบเขตของสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุน หรือ PPP ในส่วนของการดำเนินงาน และบำรุงรักษา (O&M) เช่นเดียวกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งประกอบด้วย ด่านเก็บค่าผ่านทาง ระบบควบคุมและบริหารการจราจรและ ด่านชั่งน้ำหนักคาดว่าจะเซ็นสัญญา O&M ได้ในช่วง ก.พ. 2563 และกระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะเปิดให้บริการตลอดสายภายในปี 2566 จะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปยังภาคตะวันตกของประเทศเป็นไปโดยสะดวก มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น และจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการท่องเที่ยว ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศให้มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และยั่งยืน

สำหรับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี เป็นเส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมสู่ภาคตะวันตก โดยมีจุดเริ่มต้นต่อเนื่องจากทางหลวงหมายเลข 9 สายกาญจนาภิเษก ถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ผ่านพื้นที่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ,อำเภอนครชัยศรี, อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม, อำเภอท่ามะกา และไปสิ้นสุดที่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางรวม 96.410  กิโลเมตร ลักษณะโครงการเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4 ถึง 6 ช่องจราจร

 

โดย..สวนเลน

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/