กลุ่มธุรกิจรถบรรทุกวอลโว่ ฉลองครบรอบการก่อตั้งโรงงานในประเทศไทย 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถบรรทุกแบรนด์วอลโว่และยูดี ทรัคส์ ตอกย้ำศูนย์กลางการผลิตและส่งออกทั้งสองแบรนด์ไปยังภูมิภาคอาเซียนและตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศออสเตรเลีย ด้วยงบประมาณการลงทุนครั้งใหญ่ 2,000 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจรถบรรทุกวอลโว่ในโรงงานแห่งนี้ประกอบด้วย 2 บริษัท คือ บริษัท ไทย-สวีดีช แอสเซมบลีย์ จำกัด (TSA)และ บริษัท ทีเอ็มบีพี จำกัด ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2519 เป็นต้นมาจนครบรอบ 40 ปี ซึ่งโรงงานแห่งนี้มีการพัฒนาด้านการผลิตจาก CBU มาเป็น CKD อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยคำนึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรกและได้มาตรฐานอุตสาหกรรมมากมาย

ซึ่งในการลงทุนครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญอย่างมากเป็นนการชักธงเดินหมากเพื่อขยายและครอบคลุมการจำหน่ายและส่งออกในอาเซียน โดยได้พัฒนาเรื่องเทคโนโลยีและขยายไลน์การผลิตรถบรรทุกแบรนด์ ยูดี ทรัคส์ ใน รุ่น “QUESTER” ที่ส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย มาเลซีย ฟิลิปปินส์ พม่า เวียดนาม ออสเตรเลีย และ แอฟริกาใต้ เป็นต้น

โดยมีตัวเลขชี้ชัดถึงศักยภาพเรื่องการผลิตที่โรงงานแห่งนี้ทั้งส่งออกและจำหน่ายในประเทศไทย ในปี 2015 โดยแยกเป็นแต่ละประเภทได้แก่ ยูดี ทรัคส์ 1,700 คัน , รถบรรทุกวอลดว่ 733 คัน , รถบัสวอลโว่ 175 คัน , และส่งออกแบบหัวรถและชิ้นส่วน 475 คัน โดยรถบรรทุกรุ่นที่ถูกผลิตที่นี่คือ วอลโว่ FM , FH , FMX และ ยูดี ทัรคส์ QUESTER

คุณเฮเลน ซาฟมึล รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจรถบรรทุกวอลโว่ภูมิภาคเอเชียและกรรมการผู้จัดการโรงงานกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ภายหลังพิธีฉลองครบรอบการก่อตั้ง 40 ปีในประเทศไทยว่าตลอดระยะเวลา 40 ปี โรงงานกรุงเทพฯ ได้ขยายการลงทุนในประเทศไทย 2,000 ล้านบาทเพื่อเพิ่มสายการผลิตรถยูดี เควสเตอร์ โดยมีกำลังการผลิต 20,000 คันต่อปี ส่วนสายการผลิตวอลโว่ ทรัคส์ ได้ขยายมาเป็น 2,000 คันต่อปี

การขยายการลงทุนที่ผ่านมาเป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยูดี ทรัคส์ เพื่อจำหน่ายทั้งภายในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการขยายงานเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน หรือ AEC ที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถวอลโว่ ทรัคส์ และ ยูดี ทรัคส์ จำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซี่ยนและประเทศอื่นทั่วโลก

“เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่บริษัทแม่ที่ประเทศสวีเดนให้ความสำคัญอย่างมากในด้านการผลิต ดังนั้น เราจึงได้ขยายการลงทุนในครั้งล่าสุดเพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยูดี ทรัคส์ สำหรับตลาดโลก วันนี้เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่เราสามารถสร้างประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตรถบรรทุกขนาดใหญ่สายพันธุ์ญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก”คุณเฮเลน กล่าว

คุณเฮเลนกล่าวเพิ่มเติม ย้ำว่าตลาดรถบรรทุกในภูมิภาคนี้ ยังคงมีแนวโน้มที่ดี ทั้งนี้เนื่องจากการตื่นตัวในด้านการขนส่งที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจโลจิสติคส์ ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากการเปิดเสรีในด้านการขนส่งข้ามแดนภายหลังจากทุกประเทศในภูมิภาคนี้ได้เข้าสู่ AEC

ทางด้านคุณกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่ ทรัคส์ และยูดี ทรัคส์ เปิดเผยว่า การลงทุนล่าสุดในโรงงานประกอบมูลค่า 2,000 ล้านบาทนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของตลาดประเทศไทยและตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้

“โรงงานประกอบรถบรรทุกแห่งนี้ เรามีความภาคภูมิใจอย่างมากที่บริษัทแม่ได้ตัดสินใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายรถยูดี ทรัคส์ ไปทั่วโลก ซึ่งหมายถึงการนำเทคโนโลยีการประกอบรถชั้นสูงจากประเทศสวีเดนเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีมายังวิศวกรคนไทย และสุดท้าย ประเทศไทยนอกจากจะได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว เรายังได้โอกาสในการส่งออกด้วย” คุณกำลาภ กล่าว

โรงงานผลิตรถบรรทุกวอลโว่ของโรงงานกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 77 ไร่ เลขที่ 35/1 หมู่ 7 ถ.บางนาตราด กม.25 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 10,000 คันต่อปี มีการจ้างพนักงานทั้งสิ้น 690 คน ในจำนวนนี้ 565 คนอยู่ในสายการผลิต โดยขณะนี้ โรงงานในประเทศไทยใช้ชิ้นส่วนภายในภูมิภาคอาเซียนที่ 40 % และเป็นเขตฟรีโซนยกเว้นเรื่องภาษี กำลังการผลิตวอลโว่ 10คันต่อวัน และวอลโว่ 20 คันต่อวัน