ปกติถ้าเห็นรถสปอร์ตสองที่นั่ง บางคนอาจมีสบถหรือพูดเอาฮาว่า “เป็นรถเห็นแก่ตัว ไปไหนก็ไปได้คนสองคน” แต่หากได้เห็นรถคันนี้ ซึ่งเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่นั่งไปได้แค่คนเดียว เราไม่รู้สึกแบบนั้นสักนิด และรู้สึกว่าดีเสียอีกถ้าจะมีรถแบบนี้ออกมาให้กลุ่มเป้าหมายได้ใช้งานเยอะขึ้น

สำหรับรถคันนี้ คือ รถที่เราเห็นจากคลิปในเฟซบุ๊กเพจ Mashable ที่มีชื่อว่าคือ “Kenguru” เป็นรถไซส์กะทัดรัดไร้ที่นั่งคันแรก โดยมีเป้าหมายที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้วีลแชร์ที่ยังสามารถเคลื่อนไหวร่างกายท่อนบนได้ มีโอกาสขับขี่รถด้วยตัวเองเพื่อเดินทางไปบนท้องถนนได้อย่างสะดวก

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้สร้างเป็นต้นแบบขึ้นครั้งแรกในที่ฮังการี ก่อนจะนำมาพัฒนาต่อที่สหรัฐอเมริกาจนสำเร็จ โดยได้ไอเดียมาจากกระเป๋าหน้าท้องของจิงโจ้ จึงใช้ชื่อว่า “Kenguru” โดยจุดเด่น คือ การใช้งานที่สะดวกและเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับวีลแชร์จริง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้พิการเดินทางได้ง่ายเพียงแค่เปิดท้ายก็สามารถเข็นวีลแชร์ขึ้นด้วยตนเองจากท้ายรถ โดยมีทางลาดชันลงมารับในระดับที่ไม่สูงมากนัก

เมื่อเข็นวีลแชร์ขึ้นไปด้านในตัวรถซึ่งมีขนาดพอดีเหมาะแก่การนั่งของวีลแชร์ 1 คันแล้ว รถยนต์จะมีระบบ Docking Station เพื่อยึดด้านหน้าวีลแชร์ไว้ รวมทั้งมีเข็มขัดนิรภัยในตัวให้สามารถนั่งได้อย่างปลอดภัย

ส่วนพวงมาลัยกับคันเร่งที่หลายคนคิดว่ามันอาจสร้างอุปสรรคสำหรับผู้ทุพพลภาพก็ได้รับการออกแบบไว้อย่างเหมาะสม

โดยคันบังคับด้านหน้าออกแบบเป็นแฮนด์จับคล้ายมอเตอร์ไซค์แทนรูปแบบพวงมาลัย มีปุ่มกดสั่งงานแบบอัตโนมัติให้สามารถควบคุมการใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก

สำหรับความเร็วในการวิ่ง หากเทียบแล้วอาจจะนับว่าห่างจากสมรรถนะรถยนต์ทั่วไปอย่างชัดเจนเพราะต้องการความปลอดภัยกว่า โดยสามารถใช้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ราว 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง และวิ่งได้ระยะทางราว 60 ไมล์ต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ถ้าดูจากคลิปด้านล่างและเห็นความลื่นไหลต่อเนื่องของการใช้งาน เราจะเข้าใจทันทีว่า ต่อให้มีความเร็วหรือแรงบิดไม่สูงเหมือนรถยนต์ แต่ถ้าเทียบกับความสะดวกสบายของการใช้งานก็นับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างมาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

คลิป

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันการเดินทางด้วยระบบขนมวลชนหรือรถส่งสาธารณะจะพัฒนาให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงได้ง่าย หรือมีส่วนร่วมในการใช้งานได้มากแค่ไหน แต่แนวคิดในการสร้างรถยนต์เพื่อให้พวกเขาสามารถเดินทางได้ด้วยตัวเอง ก็นับเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการคำนึงถึงสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ที่เราทุกคนสามารถมีได้ไม่แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดอารยสถาปัตย์ที่เป็นการตอบโจทย์ให้กับคนทุกประเภท

ทั้งนี้ หากวันหนึ่งเราไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างที่เคยเป็น ไม่ว่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างกระทันหัน กลายเป็นคนทุพลภาพอย่างไม่ทันตั้งตัว หรือจากอายุที่เพิ่มขึ้น จะลำบากมากแค่ไหน แล้วจะยอมรับและใช้ชีวิตในสังคมต่อไปได้หรือไม่ เช่น จากที่เคยใช้ขาเดิน ก็ต้องเปลี่ยนมานั่งรถเข็น หรือจากที่เคยมองเห็นกลับต้องมาใช้ไม้เท้านำทาง เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ผู้คนเหล่านั้นใช้ชีวิตต่อไปได้คือ การให้โอกาสเขาได้เข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับคนทั่วไป

สำหรับ การเติมเต็มความฝันให้คนนั่งวีลแชร์ได้สัมผัสบรรยากาศการขับขี่บนท้องถนนด้วยตัวเอง มี Dream Car เป็นของตัวเอง ก็ถือเป็นเรื่องที่สร้างสรรคไม่แพ้เรื่องเอื่นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจุบันหากสังเกตุยานยนต์สมัยใหม่ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไป เราจะพบว่านวัตกรรมคำสั่ง “เสียง” เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากขึ้น ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจได้เห็นผู้ทุพพลภาพด้านอื่นสามารถใช้งานยานยนต์เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตนเองได้แบบสบาย ๆ

Cover image by: https://newatlas.com/

อ้างอิงแหล่งที่มาข้อมูลจาก:

  1. https://www.startupselfie.net/2018/05/04/kenguru-worlds-first-drive-from-wheelchair-electric-car/
  2. https://www.amsvans.com/wheelchair-vans/vehicle/used-2014-dodge-grand-caravan-used-ams-edge-rear-entry-short-388963a#&gid=1&pid=2
  3. https://kdsmartchair.com/blogs/news/26575619-kenguru-the-car-for-wheelchair-users