หลังจากที่มีโครงการก่อสร้างถนนจากเมืองหงสา-บ้านเชียงแมน ซึ่งเป็นการร่นระยะทางจากไทยไปเมืองหลวงพระบาง จากเดิมกว่า 6 ชั่วโมง เหลือเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการที่จุดผ่านแดนห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน และมีจุดสิ้นสุดยังเมืองหลวงพระบางที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทั้งยังเป็นการส่งเสริมยุทธศาสตร์การเป็นเมืองคู่แฝดระหว่าง จังหวัดน่าน และแขวงหลวงพระบางอีกด้วย แต่การก่อสร้างโครงการดังกล่าวนี้ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองลาว ทางรัฐบาลลาวจึงมีการอพยพประชากรจำนวน 70 ครัวเรือน 238 ชีวิต ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการมายัง หมู่บ้านกิ่วแท่ง เมืองจอมเพชร แขวงหลวงพระบาง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ กม.60 ของเส้นทางดังกล่าว โดยประชากรในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่จะป็นชาวลาวสูง อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นที่ราบสูงตามยอดเขา และเมื่อมีการจัดตั้งหมู่บ้านและรวบรวมประชากรให้อยู่กันเป็นหมู่เหล่าแล้ว ทางรัฐบาลไทยจึงได้ร่วมมือกับบริษัทผู้รับเหมาของลาวสร้างระบบประปาภูเขาเพื่อช่วยเหลือประชาชนลาวในหมู่บ้านนี้ให้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม แม้บางอย่างจะมีการเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตดั้งเดิมอยู่บ้าง แต่พอทีมข่าว BUS & TRUCK ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านก็ได้ความว่า “หลังจากที่มีการก่อสร้างถนนลาดยางที่เชื่อมผ่านจังหวัดน่านไปยังเมืองหลวงพระบางแล้ว แม้หมู่เฮาหลายคนอาจต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตไปจากเดิม แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในในทางที่ดีขึ้น เพราะแต่ก่อนหลายครัวเรือนจะอยู่กันแบบสันโดดและกระจัดกระจายไปตามยอดเขาต่างๆ ทำให้การช่วยเหลือกันเมื่อเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่พอมีการจัดตั้งหมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นมา ทุกอย่างก็ดีขึ้น มีน้ำใช้สะดวกขึ้น และการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ก็ง่ายดายขึ้นอีกเป็นอย่างมาก” ผู้ใหญ่บ้านบอกกับเราอย่างนั้น

โดย…น้าเช

—————

เรื่องที่เกี่ยวข้องที่นี่

Advertisement