นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมด้วย นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม โดยมี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล  ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมในการประชุม ในวันที่ 15 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 ได้เห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. และให้ ขสมก. เร่งจัดทำรายละเอียดการดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบของกฎหมาย ขสมก. จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางการปรับปรุงแผนฟื้นฟูฯ

โดยคณะทำงานฯ ได้นำเสนอแนวทางการปรับปรุงแผนประกอบด้วย 1) การแก้ไขปัญหาการขาดทุนของ ขสมก. อย่างยั่งยืน 2) การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ด้านอัตราค่าโดยสาร โดยกำหนดเป็นอัตราเดียวแบบเหมาหรือตั๋ววัน ใช้บริการได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว 3) การไม่เป็นภาระต่อภาครัฐ 4) การให้บริการรถโดยสารที่ไม่ก่อมลภาวะทางอากาศ และ 5) การบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยกำหนดให้เส้นทางเดินรถมีความเชื่อมต่อ ไม่ทับซ้อน และมีความสอดคล้องกัน กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และ ขสมก. จึงได้ร่วมกันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.” เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ให้มีความเหมาะสมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไปแผนฟื้นฟูกิจการฯ ที่ปรับปรุงใหม่ มีกรอบการดำเนินงาน จำนวน 7 ข้อ ดังนี้

  1. การเช่ารถโดยสารปรับอากาศ ที่ใช้พลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาวิ่งให้บริการประชาชน ทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม ในเส้นทางที่ ขสมก. ได้รับอนุมัติจาก ขบ. โดยจ่ายค่าเช่าตามระยะทางที่วิ่งให้บริการจริง (บาท/กิโลเมตร) เพื่อลดต้นทุนในการจัดหาและซ่อมบำรุงรถโดยสาร อีกทั้ง เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการปรับแผนการเดินรถ เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมทั้ง จัดเก็บค่าโดยสารในรูปแบบตั๋วรายวัน (ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) ในราคา 30 บาทต่อวัน ตั๋วรายเดือน (ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) และตั๋วรายเที่ยว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน
  2. การปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ไม่ให้มีความทับซ้อน และจัดเดินรถในลักษณะ Feeder (ป้อนผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบราง) Liner และ Circle (วิ่งเป็นวงกลม) ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลักได้อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถหมุนเวียนรถมาให้บริการได้มากขึ้น ผู้ใช้บริการใช้เวลารอรถ ไม่เกิน 5 – 10 นาที
  3. การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ในการบริหารจัดการเดินรถ ได้แก่ ระบบ GPS และ บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E – ticket
  4. การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดที่เหมาะสม
  5. การให้พนักงานเก็บค่าโดยสาร เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ด้วยความสมัครใจ โดยมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานอย่างเหมาะสม ส่วนพนักงานขับรถโดยสารยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
  6. การบริหารจัดการพื้นที่อู่บางเขน และอู่มีนบุรี ให้เป็นพื้นที่เชิงธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้
  7. การให้ภาครัฐรับภาระหนี้สินที่เกิดจากการดำเนินการตามนโยบาย

ด้วยแนวทางดังกล่าวรวมทั้งข้อเสนอจากที่ประชุม จะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้มแข็งให้ ขสมก. อย่างยั่งยืน ไม่เป็นภาระของรัฐบาล หยุดหนี้เก่า ไม่ก่อหนี้ใหม่เพิ่ม และที่สำคัญที่สุด คือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนพร้อมไปกับการได้รับการให้บริการที่ดีขึ้นต่อไป

โดย…น้าเช

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/