องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค “แอล เพียว 70” จากองค์การสุรา กรมสรรพสามิต เพื่อให้พนักงานประจำรถ นำไปใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ภายในรถโดยสาร อาทิ เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ พื้นรถ และอุปกรณ์ต่าง ๆที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เป็นต้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยกำหนดสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณอู่พระราม 9 เขตการเดินรถที่ 4

คุณสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศจีน พบว่ามีผู้ป่วยจากโรคปอดอักเสบเป็นจำนวนมาก ซึ่งโรคดังกล่าวสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ ทางการไอ หรือ จาม การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อผ่าน ตา จมูก ปาก 

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชน มีความมั่นใจในการเดินทาง ด้วยรถโดยสารของ ขสมก.จึงได้ร่วมมือกับองค์การสุรา กรมสรรพสามิต ในการนำผลิตภัณฑ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค “แอล เพียว 70” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 70% มอบให้กับพนักงาน ประจำรถ นำไปใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ภายในรถโดยสาร อาทิ เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ พื้นรถ และอุปกรณ์ต่าง ๆที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เป็นต้น  รวมทั้ง มอบให้กับพนักงานขับรถประจำสำนักงาน และพนักงานสำนักงาน นำไปใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ แป้นพิมพ์และหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 

“ขสมก.ได้สั่งซื้อใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดรถเมล์ ด้วยงบประมาณ 30,000 บาท จำนวน 350 ถัง เฉลี่ยถังละ 650 บาท ซึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อ 1 ลิตรจะสามารถใช้ได้กับรถเมล์ 1 คัน เพื่อส่งมอบให้ทั้ง 8 เขตการเดินรถ ใช้ในการทำความสะอาดรถเมล์เฉลี่ยวันละ 1 ครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นหลังหรือก่อนให้บริการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา

โดยตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ทางเราได้ทำความสะอาดบริเวณที่มีจุดเสี่ยงในการใช้งานหรือสัมผัสจำนวนมากโดยเฉพาะราวจับ และเบาะที่นั่งแล้ว พร้อมทั้งดำเนินการล้างเครื่องปรับอากาศบนรถเมล์แอร์ ซักผ้าม่าน ตลอดจนแจกน้ำยาทำความสะอาดหรือเจลล้างมือให้กับพนักงาน นอกจากนี้ยัง สั่งการให้ทำความสะอาดที่นั่งรอรถเมล์ที่ ขสมก. เป็นผู้รับผิดชอบ เช่น อู่รถเมล์ที่มีรถเมล์จอดหรือเป็นจุดให้บริการผู้โดยสาร เป็นต้น  พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจและให้ความรู้กับพนักงานที่ให้บริการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรคดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง” คุณสุระชัยกล่าว

คุณสุระชัยกล่าวต่อว่า หลังจากที่มีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เกิดขึ้น การเดินทางด้วยรถเมลล์ยังคงมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการตามปกติ แต่คาดการณ์ว่าอาจจะมีจำนวนผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างชาติลดลงได้ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวใช้รถเมล์มากที่สุด ยังคงเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังสนามบิน เช่น สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-หมอชิต2 และ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น

ดังนั้น เส้นทางดังกล่าวจึงอาจจะเป็นเส้นทางที่มีความเสี่ยง แต่ ขสมก. ยังคงใช้มาตรการเดียวกันและอาจจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการทำความสะอาดที่นั่งรอรถบริเวณป้ายรถเมล์ด้วย ทั้งนี้ ขสมก. จะดำเนินการตามมาตรการนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของของเชื้อไวรัส 2019 จะคลี่คลายหรือสิ้นสุดลง

ดย…น้าเช

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารในแวดวงนี้ส่งก่อนใคร 

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/

Advertisement