รฟม.จัดการประชุมเพื่อทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) กรอบวงเงินลงทุน 27,000 ล้านบาท คาดเริ่มสร้างได้ในปี 65 และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 70เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา คุณธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (กลยุทธ์และแผน) เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) ณ ห้องบอลรูม 1 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทดสอบความสนใจและรวบรวมข้อมูล ข้อคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะจากตัวแทนของภาคเอกชน เพื่อนำไปประกอบการศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการที่เหมาะสมต่อไปโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) เป็นระบบรถรางไฟฟ้า (LRT/Tram) ทางวิ่งผสมระดับดินและใต้ดิน มีแนวเส้นทางตามแนวเหนือใต้ ระยะทางรวมประมาณ 16 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีทั้งหมด 16 สถานี แบ่งเป็นสถานีระดับพื้นดิน 9 สถานี และสถานีใต้ดิน 7 สถานี มีกรอบวงเงินลงทุนโครงการประมาณ 27,000 ล้านบาท โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารแบบตามระยะทาง ประมาณ 15 -30 บาทต่อเที่ยว โดยผลการศึกษาวิเคราะห์พบว่า โครงการฯ มีผลตอบแทนการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์ประมาณร้อยละ 13ทั้งนี้ รฟม. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินการในส่วนของการจัดเตรียมข้อมูลโครงการเพื่อนำเสนอขออนุมัติการดำเนินโครงการจากคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนที่กำหนดในพระราชบัญญัติการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่ง รฟม. จะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นจากการประชุมครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณารูปแบบการร่วมลงทุนโครงการ ขออนุมัติดำเนินโครงการและรูปแบบการลงทุน และจัดเตรียมเอกสารโครงการเพื่อคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในงานด้านต่างๆ เช่น งานโยธา ระบบรถไฟฟ้า การเดินรถ งานบำรุงรักษา และงานให้บริการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถขออนุมัติดำเนินโครงการจากคณะรัฐมนตรีราวกลางปี 2564 เริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2565 และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570

ดย…น้าเช

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารในแวดวงนี้ส่งก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://www.busandtruckmedia.com/