สนข. รับลูก “ศักดิ์สยาม” ศึกษา “บัสเลน” ตามโมเดลต่างประเทศ ระบุอนาคตประชาชนเดินทางสะดวก รวดเร็ว จาก 2-3 ชม. เหลือ 1 ชม.- 1 ชม. 30 นาที

นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้เดินทางไปดูงานที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 21-23 ก.พ. ที่ผ่านมา พร้อมมีนโยบายมอบหมายให้ สนข. ไปศึกษาการสร้างช่องทางพิเศษสำหรับรถโดยสารประจำทาง (บัสเลน) อยู่ตรงกลางถนน เพื่อแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งบัสเลนนี้ในไทยเคยมีแล้ว ที่ให้รถเมล์วิ่งชิดขวา และคนขึ้นลงทางด้านฝั่งขวาอยู่แล้ว เช่น ถนนนราธิวาส

ทั้งนี้ กฎหมายในประเทศเกาหลีใต้มีการใช้กฎหมายค่อนข้างรุนแรงสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนที่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้บัสเลน มีบทลงโทษปรับแต่ละครั้งเกือบขายรถได้ทันที ดังนั้นคนที่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลไม่กล้าเข้าใช้ช่องบัสเลนที่กำหนดไว้ ดังนั้นการสร้างบัสเลนสิ่งสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายให้ได้ รวมทั้งปรับอินฟาฟักเจอร์ให้ได้ก่อนดำเนินการ ถ้าถนนแคบทำได้ยาก แต่ถ้าถนนกว้างสามารถทำได้ง่าย อย่างไรก็ตามหากดำเนินการได้จะช่วยให้แก้ปัญหารถติดได้สามารถเดินรถได้อย่างคล่องตัว

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องหารือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพราะถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ อยู่ในความดูแลของ กทม. และ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ที่กำกับดูแลรถเมล์ ที่จะเกี่ยวข้องกับป้ายรถเมล์อัจฉริยะด้วย และตำรวจด้วย หากใช้จริงอาจจะนำร่องบางเส้นทางก่อน ขยายใช้ในถนนเส้นทางอื่นๆ ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สนข. ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดยการศึกษานำข้อมูลต้นแบบจากต่างประเทศ ทั้งเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย

ทั้งนี้ผลการศึกษาเบื้องต้น ระบุว่า เส้นทางที่เหมาะสมจะทำบัสเลนเกาะกลางได้นั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ในทุกเส้นทาง เนื่องจากหากมีบัสเลนเกาะกลางในเส้นทางนั้นๆ จะต้องย้ายประตูรถเมล์ จากด้านซ้ายมาเป็นด้านขวา เพื่อให้สามารถลงสถานีหยุดรถโดยสาร (ป้ายรถเมล์) และเดินทางต่อไปได้ หรืออาจต้องมีประตู 2 ฝั่งเหมือนรถไฟฟ้า อย่างไรก็ตามในส่วนของป้ายรถเมล์ ต้องพิจารณาให้เหมาะสม เพราะมีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ เมื่อมีบัสเลนเกาะกลางถนนแล้วนั้น อาจจะต้องสร้างทางข้ามคล้ายกับทางม้าลายด้วย เพื่อกำหนดให้ไปใช้บริการได้สะดวกและชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งการเปิดช่องทางพิเศษให้รถเมล์วิ่งได้ในช่วงที่มีการจราจรน้อย โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงเช้าและเย็น คล้ายกับในต่างประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งมีบัสเลนแบบถาวร และวิ่งแบบช่วงเวลา มีการเปิดวิ่งเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเท่านั้น รวมทั้งบางช่วง จะมีการเปิดช่องทางพิเศษด้วย

ขณะที่ ถนนบางเส้นทางที่มีเกาะกลางเป็นรถไฟฟ้านั้น จะใช้รูปแบบให้รถเมล์วิ่งช่องขวาสุดหรือวิ่งติดตอม่อรถไฟฟ้า ซึ่งสามารถกระทำได้ สำหรับบัสเลน จะวิ่งเฉพาะรถเมล์อย่างเดียว หรือจะให้มีรถประเภทอื่นวิ่งร่วมได้ด้วย เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ ตลอดจนปัญหาอุปรรคตามมา สำหรับข้อดีของบัสเลนจะทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็วขึ้น จากเดิมใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชม. ต่อเที่ยว จะลดเหลือ 1 ชม. ถึง 1 ชม. 30 นาที หากสะดวกประชาชนจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางหันมาเลือกใช้บริการรถเมล์มากขึ้น และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลลงได้ในอนาคต

โดย..สวนเลน

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th