หลังจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนเมืองหลักในภูมิภาค 4 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่, พิษณุโลก, นครราชสีมา และภูเก็ต ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของแต่ละโครงการ ล่าสุด รฟม.ได้จัดสัมมนาโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการฯ และสร้างการรับรู้บทบาทของ รฟม. ในการริเริ่มดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าเมืองภูมิภาค ในหัวข้อ “Red Line Chiang Mai จากรถไฟฟ้ามหานครสู่รถไฟฟ้าเมืองภูมิภาค”

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี วงเงินลงทุนโครงการ 27,000 ล้านบาท ระยะทาง 15.8 กิโลเมตร (กม.) มีจำนวนสถานีทั้งหมด 16 สถานี แบ่งเป็นสถานีระดับพื้นดิน 9 สถานี และสถานีใต้ดิน 7 สถานี โดยมีรูปแบบเป็นระบบรถรางไฟฟ้า (LRT/Tram) ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษารายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา ซึ่งตามแผนงานเมื่อการศึกษาออกแบบแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2563 จากนั้น จะเสนอรายงานผลการศึกษา พ.ร.บ.ร่วมทุน (PPP) ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในปีนี้ และคาดว่าจะสามารถนำเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการจาก ครม. ประมาณกลางปี 2564 เริ่มก่อสร้างภายใน มี.ค. 2565 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปลายปี 2570

ส่วนการลงทุนนั้น จะให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) สัญญาสัมปทาน 30 ปี โดยมีมูลค่าโครงการ 27,000 ล้านบาทนั้น แบ่งเป็น ค่าเวนคืนที่ดิน และค่างานโยธา ที่รัฐบาลจะลงทุนประมาณ 80% ของมูลค่าโครงการฯ หรือวงเงิน 17,000 ล้านบาท และเอกชนลงทุนค่างานระบบรถไฟฟ้า 20% ของมูลค่าโครงการฯ หรือวงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยอัตราผลตอบแทนการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) จะอยู่ที่ประมาณ 13% ขณะที่ ปริมาณผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการนั้น คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 16,000 คนในปีแรกที่เปิดให้บริการ โดยชั่วโมงเร่งด่วนจะมีผู้โดยสาร 1,200 คน/ชั่วโมง และเพิ่มขึ้นเป็น 42,300 คนในปี 2600 ในส่วนของอัตราค่าโดยสารนั้น เบื้องต้นจะเริ่มต้นที่ 15-30 บาทต่อคนต่อเที่ยว

ด้าน นายถนอม รัตนเศรษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าในเมืองภูมิภาคอื่นๆ ได้แก่ โครงการระบบขนส่งมวลชน จังหวัดภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานฯ – ห้าแยกฉลอง และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว ช่วงตลาดเซฟวัน – สถานคุ้มครองฯ บ้านนารีสวัสดิ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการ ทั้งนี้ในส่วนของโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก สายสีแดง ช่วง ม.นเรศวร – เซ็นทรัลฯ พิษณุโลก คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้ รฟม. ดำเนินกิจการรถไฟฟ้าฯ จังหวัดพิษณุโลก

ด้าน นายสมชาติ วัฒนากล้า ผู้อำนวยการสำนักการช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวเข้ามาเชียงใหม่ปีละ 20 คน และในช่วง 2-3 ปีนี้ รถติดหนักมากในช่วงเช้า-เย็น ถ้ามีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้ และการเดินทางจะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของท้องถิ่นก็อยากมีส่วนร่วมในการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าเชียงใหม่ด้วย เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเจริญให้จังหวัดเชียงใหม่ และในภายใน 8 ปีนี้ ทางจังหวัดจะนำเสนอเป็นเมืองมรดกโลก ฉะนั้นการพัฒนาเมืองและการอนุรักษ์มรดกโลกจะต้องควบคู่ได้ด้วยกัน

ขณะที่ นายสมชาย เอื้อวงษ์ชัย กรรมการเลขาธิการหอการค้าเชียงใหม่ กล่าวว่า รถไฟฟ้าเชียงใหม่จะช่วยกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคักได้อีกครั้งหลังจากซบเซามานานมาก ธุรกิจต่างๆ จะหมุนเวียนมากขึ้น ไม่ต้องพึงพาการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวเหมือนเช่นปัจจุบัน ทั้งนี้ อยากจะขอให้ภาครัฐก่อสร้างรถไฟฟ้าเชียงใหม่พร้อมๆ กันทั้ง 3 เส้นทาง ได้แก่ สายสีแดง สายสีน้ำเงิน และสายสีเขียว เพราะถ้าจะสร้างแค่สายสีแดงไปก่อน ประชาชนก็ยังคงใช้รถส่วนตัวเช่นเดิม เพราะยังไม่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นได้

“อยากให้ภาครัฐเร่งรัดก่อสร้างสายสีน้ำเงิน และสายสีเขียวไปพร้อมๆกับสายสีแดงทีเดียวเลย เพราะก่อนหน้านี้ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มาจัดสัมมนาก็บอกว่าจะรับไปพิจารณา แต่ยังไม่มีงบประมาณในการศึกษาปี 63 อาจจะข้ามไปปี 64 หรือ 65 ฉะนั้นจึงอยากให้ทางภาครัฐเร่งรัดให้ศึกษาทั้ง 2 สายให้ได้ภายในปี 64 เพื่อที่จะได้เงินเข้ามาในระบบที่ถูกต้องเพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่ให้เติบโตไปด้วย รวมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้นตามไปด้วย”

โดย…สวนเลน

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th