ในอดีตการค้าอะไหล่รถเก่า “เซียงกง” ใครๆ ก็จะรู้จัก “ล้งชุมแสง” เพราะถือเป็นหนึ่งในขุนพลที่ร่วมบุกเบิกอะไหล่รถเก่าจากญี่ปุ่นสู่ไทย และมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในสัดส่วนสูงถึง 70% และขายในประเทศไทยเพียงแค่ 30%

เมื่อ “บริษัท ล้งชุมแสงกรุ๊ป จำกัด” ผ่านร้อนผ่านหนาวมาร่วม 40 ปี การสืบทอดธุรกิจจากรุ่นพ่อสู่ลูกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโลกของธุรกิจได้แปลี่ยนแปลงไปจากอดีตแล้ว โดยการค้าอะไหล่รถเก่าก็ยังคงอยู่ แต่สิ่งที่เข้ามาเพิ่มคือการค้าอะไหล่รถใหม่ที่หลากหลายขึ้นตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยในโลกปัจจุบัน

สำหรับกลุ่มผู้บริหารรุ่นลูกของ บริษัท ล้งชุมแสงกรุ๊ป จำกัด หรือ LCS GROUP THAILAND  ก็คือ 3 พี่น้องเลือดใหม่ไฟแรง ที่ประกอบไปด้วย คุณธนัท รุจิชลาดล ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ, คุณณัชชา รุจิชลาดล ผู้จัดการทั่วไป และคุณชมนาท รุจิชลาดล ผู้จัดการฝ่ายดำเนินงาน ซึ่งมีความพร้อมที่จะปั้นให้อุตสาหกรรมอะไหล่รถใหญ่ในประเทศไทยเติบโต และช่วยลดต้นทุนให้แก่กลุ่มลูกค้าของทุกภาคธุรกิจอีกด้วย

“ล้งชุมแสง” ยืนหยัดมากว่า 40 ปี

คุณธนัท รุจิชลาดล ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท ล้งชุมแสงกรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ก่อตั้งขึ้นมาได้กว่า 40 ปีแล้ว และดำเนินธุรกิจอะไหล่เซียงกงมาก่อน โดยมีการส่งออกไปยังชาติอาเซียนในสัดส่วนที่ 70% และขายในไทย 30% และยังติด 1 ใน 5 ของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยที่แปลงสภาพอะไหล่รถเก่าจากญี่ปุ่นเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย สำหรับการเข้ามาสานต่อธุรกิจของรุ่นลูกนั้น เริ่มขึ้นเมื่อปี 2008 โดยมีการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้าเพิ่มเติม จึงได้รับทราบว่ากลุ่มลูกค้าได้หันมาใช้อะไหล่รถใหม่มากกว่าอะไหล่รถเก่า ทางบริษัทฯ จึงขยายฐานจากอะไหล่รถเก่ามาเป็นอะไหล่รถใหม่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้น โดยปัจจุบันมีการขายอะไหล่รถใหม่ในประเทศสัดส่วนอยู่ที่ 80% และส่งออก 20%

“บริษัทฯ ก้าวสู่รุ่นลูกแล้ว ซึ่งจะเป็นการบริหารงานของ 3 พี่น้องเลือดใหม่ไฟแรง และพร้อมสืบทอดธุรกิจของครอบครัว โดยมีวิสัยทัศน์ว่า อยากจะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอะไหล่รถใหญ่ในประเทศไทยให้เติบโต และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์ให้ได้อีกทางหนึ่ง”

บริการอะไหล่มากกว่า 4 พันรายการ

ในส่วนของอะไหล่ที่ทางบริษัทฯ จำหน่ายนั้น มีหลากหลายมาก ทั้งดัมพ์ เพลา บังโคลน ระบบลม ระบบเบรค และอะไหล่อื่นๆ อีกมากกว่า 4,000 รายการ ซึ่งถือว่าครบวงจรในเรื่องของอะไหล่รถใหญ่ เพราะเราต้องการเป็น One Stop Service ในเรื่องอะไหล่รถใหญ่ ทั้งรถพ่วง รถเทรลเลอร์ และในอนาคตจะมีการขายอะไหล่มากขึ้นถึง 6,000 รายการ

รายได้ปี 62 เติบโตส่วนกระแส 15%

สำหรับผลประกอบการปี 2562 นั้น เมื่อมองในภาพรวมของตลาดอะไหล่รถใหญ่แล้วนั้นถือว่าเป็นช่วงที่มียอดลดลง แต่ทางบริษัทฯ เติบโตขึ้นสวนกระแส เพราะเราสามารถได้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น ทั้งอู่ต่อรถน้ำมัน อู่ต่อรถพ่วง กลุ่มขนส่ง ได้ซื้ออะไหล่จากบริษัทฯ ไปใช้มากขึ้น ทั้งนี้ ร้านขายอะไหล่ที่เป็นพาร์ทเนอร์เราก็ขยายไปได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รายได้เติบโตประมาณ 10-15%

“ก่อนหน้านี้ลูกค้าจะเข้ามาหาเราที่บริษัทฯ แต่ขณะนี้เราเข้าไปหาลูกค้ามากขึ้น ส่งผลให้รายได้เติบโตขึ้นประมาณ 10-15% และยังมีการเซ็นสัญญาซื้อ-ขายเพลาเลี้ยวเพิ่มเข้ามาอีก จึงส่งผลให้บริษัทฯ เติบโตขึ้นค่อนข้างสวนกระแสเศรษฐกิจตก โดยสาเหตุที่เพลาเลี้ยวเป็นที่นิยม เนื่องจากผู้รับเหมาต้องการสินค้าที่แบกน้ำหนักได้ดี เพื่อการก่อสร้างถนน รถไฟฟ้าความเร็วสูง เป็นต้น ในส่วนนี้จึงหันมาใช้สินค้าของเราหมด”

วางเป้าปี 63 รายได้ทะลุ 20%

ส่วนแผนธุรกิจปี 2563 นี้ ทางบริษัทฯ เห็นว่าผู้ประกอบการต้องการได้กำไรที่เพิ่มมากขึ้น แต่การที่จะได้กำไรเพิ่มมากขึ้นนั้น ก็ต้องเกิดจากลูกค้าสามารถขนส่งสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นว่า จะนำสินค้าที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งมานำเสนอให้ตลาดขนส่ง ซึ่งจะช่วยให้ขนส่งค้าได้เพิ่มมากขึ้น แต่อยู่ในเกณฑ์ของกฎหมายกำหนดที่ 50.5 ตัน เชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยสินค้าดังกล่าวนี้จะเปิดตัวในช่วงกลางปีนี้

“ปี 63 นี้ วางเป้าไว้ที่ประมาณ 15-20% ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัว แต่กลุ่มลูกค้าเรายังมีให้เข้าถึงอีกจำนวนมาก และเราเพิ่งมาเริ่มเจาะตลาดอย่างจริงจังเพียงแค่ปีครึ่ง แต่เติบโตได้ถึง 10-15% เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถเจาะตลาดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้”

งาน BUS & TRUCK ช่วยดันให้ประสบความสำเร็จ

การเข้าร่วมงาน BUS & TRUCK ’19 เมื่อช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่เราออกงานแสดงสินค้า ซึ่งทำให้เรารู้จักกลุ่มลูกค้ามากขึ้น และมีลูกค้ารายใหญ่ๆ เข้ามาเป็นลูกค้าของเรา โดยมีการซื้อ-ขายกันเกิดขึ้นภายในงาน ถือว่าประสบความสำเร็จดีมาก ดังนั้น เราจึงต้องมองหาสินค้าที่ดีออกมานำเสนอคนในวงการขนส่งเพิ่ม เพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก และเพียงแค่ 3-6 เดือนก็อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอีก เช่นเดียวกับสินค้าอะไหล่รถใหญ่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้น สินค้าดีๆ ก็ออกมามากขึ้น ดังนั้นการออกบูธในงาน BUS & TRUCK จึงต้องมีสินค้าใหม่ๆ ออกมานำเสนอตลอดเวลา

รุกแนะนำสินค้าทั้งออนไลน์-ออฟไลน์

ด้าน คุณณัชชา รุจิชลาดล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ล้งชุมแสงกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ลูกค้าหลายๆ เจ้า ยังไม่ค่อยทราบว่าเรามีสินค้าอะไร และมีสินค้าเด่นอะไรบ้าง เราจึงต้องขยายการรับรู้ไปยังช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น ซึ่งจะต้องมีการสื่อสารผ่านสื่อของ BUS & TRUCK และจะมีการลงออนไลน์เพจของบริษัทฯ เพิ่มมากขึ้น ส่วนออฟไลน์ก็จะมีฝ่ายขายรุกเข้าหากลุ่มลูกค้า เพื่อแนะนำสินค้าให้รู้จัก

“สินค้าของเราจะเน้นคุณภาพสูง ราคาเหมาะสม จัดส่งรวดเร็ว รักษาฐานลูกค้าเก่าให้ได้ ซึ่งลูกค้าของเราก็มีอยู่ทั่วประเทศตั้งแต่รุ่นคุณพ่อที่ขายอะไหล่เก่า เมื่อมีอะไหล่ใหม่ๆ มาเสริมทัพก็จะมีการเข้าไปแนะนำเพิ่มเติม และก็มีลูกค้ารุ่นคุณพ่อมาเป็นลูกค้าอะไหล่ใหม่ต่อเนื่องด้วย เหมือนลูกค้ารายหนึ่ง จากรุ่นพ่อมีรถวิ่ง 80 คัน พอเข้าสู่รุ่นลูกก็ดูแลกันต่อ และเราจะต้องดูแลลูกค้าอย่างดีเพื่อให้อยู่กับเราไปนานๆ ทั้งนี้ ในวงการอะไหล่เรามองตัวเองไม่มีคู่แข่ง มองตัวเราเป็นพันธมิตรกับทุกคน มีมิตรแท้ดีกว่าไปสร้างศัตรูในวงการ ฉะนั้นคนในวงการอะไหล่จะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน เพราะบางทีพันธมิตรเราของขาด หรือเราของขาด ก็ยังช่วยเสริมกันได้ ส่วนคู่แข่งที่แท้จริงก็คือเรื่องเวลา เพราะเราจะต้องคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าไปถึงลูกค้าได้รวดเร็วที่สุด ดังนั้นสิ่งที่จะเราจะต้องแข่งก็คือตัวเองและเวลามากกว่า”

สำหรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ นั้น เราจะเข้าไปเจาะที่ต้นน้ำเลยก็คือ อู่ต่อรถ เพื่อแนะนำให้รู้จักสินค้าของเรา และยังมีกลุ่มลูกค้าที่มีฟรีทรถรายใหญ่ โดยจะใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง สำหรับลูกค้าฟรีทใหญ่จะมีการกำหนดสเปคอยู่แล้ว เราก็จะเข้าไปสู้และเอาความจริงไปบอกเล่า เพื่อให้ได้ลูกค้าที่ยาวนาน ไม่ใช่แค่ชั่วคราว โดยจะใช้ความจริงใจและซื่อสัตย์แนะนำสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ส่วนร้านอะไหล่ก็เป็นสิ่งที่ต้องเข้าไปเข้าหาให้มากขึ้นในทุกๆ ภาค

เน้นสินค้าคุณภาพสูงเพื่อกลุ่มขนส่ง

ขณะที่ คุณชมนาท รุจิชลาดล ผู้จัดการฝ่ายดำเนินงาน บริษัท ล้งชุมแสงกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า สินค้าที่อยากจะแนะนำให้ลูกค้ารู้จักนั้น ประกอบด้วย 1.อะไหล่ยี่ห้อ LAGO ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าและมีการจัดจำหน่ายอยู่แล้วผ่านโชว์รูมสแกนเนียทั่วยุโรป และทางบริษัทฯ เป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยสินค้าเด่นก็คือ บังโคลนพลาสติก ซึ่งมีการทดสอบแล้วว่ามีความทนทาน ไม่กรอบ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 2.VIE เป็นสินค้าที่ทางบริษัทฯ เป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเช่นกัน มีระบบลม วาล์ว ระบบเบรค ซึ่งปัจจุบันมีในประเทศจีนนั้นมีการผลิตให้กับรถใหญ่ตงฟง ไซโน่ทรัค เป็นต้น และ 3.เพลาเลี้ยว และเพลารถพ่วงทั่วไป ยี่ห้อ SAE-SMB  โดยบริษัทฯ มีการรับประกัน 1 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และภายใน 3 ปีข้างหน้าเราจะขยายการรับประกันเป็น 3 ปี หรือ 500,000 กิโลเมตร

เตรียมขยายโรงงานรองรับสินค้าเพิ่มขึ้น

ความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ก็คือการที่ลูกค้าทุกรายรู้จักสินค้าของเรามากขึ้นจนเติบโตสวนกระแส จากการที่เรารุกตลาดอย่างหนักนี้ ก็ถือเป็นการการันตีได้ว่า เราจะอยู่ดูแลลูกค้าไปอย่างยาวนาน และจะมีการขยายโรงงานในพื้นที่ 25 ไร่เพิ่มเติม เพื่อรองรับสินค้าที่มากขึ้นอีกในอนาคตด้วย

“เราเป็นเด็กรุ่นใหม่ 3 คนที่ไฟแรง อายุเฉลี่ยไม่ถึง 30 ปี และทำงานกันมาเพียงแค่ปีครึ่ง แต่ก็สามารถทำให้คนรู้จักบริษัทฯ มากยิ่งขึ้น เราต้องการที่จะมุ่งมั่นให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพสูงและดีมากกว่าเดิม ในราคาที่เหมาะสม แต่ได้คุณภาพเทียบเท่ากับสินค้าที่อยู่ในตลาดแต่ราคาสูง เราต้องการช่วยลดต้นทุนให้ลูกค้าได้ดำเนินธุรกิจให้มีกำไร และอยู่คู่กันตลอดไป ทั้งนี้ ลูกค้าคือคนใช้งานจริงที่จะบอกเราได้ว่าต้องการอะไร ถ้าสินค้าไม่ดีลูกค้าก็จะไม่ใช้ของเรา แต่ถ้าดีจริงลูกค้าก็จะบอกกันปากต่อปาก และก็จะใช้ของเราตลอดไป”

โดย…ยกล้อ

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th