“เอสซีจี เอ็กซ์เพรส” รุกตลาดส่งด่วนเต็มรูปแบบ รับแนวโน้มธุรกิจการค้าออนไลน์ที่โตก้าวกระโดด เดินหน้าสร้างการรับรู้ถึงจุดแข็ง “บริการที่มีคุณภาพ เอาใจใส่ ตรงต่อเวลา” พร้อมเปิดตลาด”ขนส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ” (COOL TA-Q-BIN) รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการทั่วประเทศในปี 2561 ตั้งเป้ายอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี
คุณนิธิ ภัทรโชค ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ตลาดในประเทศ ธุรกิจ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า “เอสซีจี” ได้ร่วมกับ บริษัท ยามาโตะ กรุ๊ป จำกัด เปิดธุรกิจ “เอสซีจี เอ็กซ์เพรส” ธุรกิจส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน ภายใต้แนวคิด “Deliver Your Happiness” และได้ประเดิมเปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าที่ให้ความสนใจใช้บริการส่งพัสดุด่วนกว่า 150,000 ชิ้น ตลอดระยะเวลา 3 เดือน


“เอสซีจี เอ็กซ์เพรส มี 4 รูปแบบบริการให้เลือก โดยบริการที่นับว่าเป็นการเปิดตลาดครั้งแรกของประเทศไทย คือบริการขนส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ (COOL TA-Q-BIN) จัดส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้รับ ด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์จากยามาโตะ กรุ๊ป ได้แก่ “กล่องรักษาความเย็น” (Cool Container) ที่สามารถเก็บรักษาความเย็นได้นานถึง 12 ชั่วโมง ตลอดจนมีกระบวนการเช็คอุณหภูมิทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้บริการมั่นใจได้ว่าพัสดุถูกจัดเก็บภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสมจนส่งมอบถึงมือผู้รับ ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถส่งได้ทั้งพัสดุแบบแช่เย็น (Chilled) ระบบควบคุมอุณหภูมิที่รักษาความเย็นได้ 0-8 องศาเซลเซียส สินค้าแช่แข็ง (Frozen) ระบบควบคุมอุณหภูมิที่รักษาความเย็นได้ต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส โดยคาดการณ์ว่าตลาดนี้มีมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท และยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดให้บริการ”
นอกจากนี้ยังมีบริการอื่น ๆ อีก ได้แก่ บริการขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วนถึงบ้านหรือทัค-คิว-บิง (TA-Q-BIN) บริการรับพัสดุถึงบ้านลูกค้าและจัดส่งถึงปลายทางในวันถัดไป, บริการส่งเอกสารหรือพัสดุภัณฑ์ด่วนระหว่างบริษัทถึงบริษัท (DOCUMENT TA-Q-BIN), บริการเก็บเงินปลายทาง (TA-Q-BIN COLLECT)


โดยทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี เอ็กซ์เพรสในปี 2560 เน้นเดินหน้าสร้างการรับรู้ถึงจุดแข็งด้านคุณภาพในการให้บริการและความทันสมัยของระบบการจัดส่งพัสดุ โดยเน้นสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และการเพิ่มจุดรับพัสดุเอสซีจี เอ็กซ์เพรสอย่างรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้ ตอกย้ำการเป็นรายแรกและรายเดียวในตลาดที่มีนวัตกรรมบริการส่งพัสดุด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ และการส่งมอบบริการด้วยความเอาใจใส่จากพนักงานที่ได้รับการอบรมมาตรฐานการให้บริการจาก ยามาโตะ กรุ๊ป โดยเจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (B2C) กลุ่มนักช้อปออนไลน์ และประชาชนทั่วไป (C2C) ขณะเดียวกันเตรียมเปิดจุดรับบริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต่อเนื่องตลอดปี โดยจะเปิดศูนย์บริการเอสซีจี เอ็กซ์เพรส (Service Point) เพิ่มอีก 4 สาขา ได้แก่ พื้นที่เขตรัชดาภิเษก, รังสิต, ปทุมวันและบางนา ทั้งยังเตรียมจับมือกับพันธมิตรเพื่อเปิดจุดบริการตัวแทนรับพัสดุเอสซีจี เอ็กซ์เพรส (Service Agent) นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้องค์กรธุรกิจ หรือผู้ที่สนใจร่วมสมัครเป็นตัวแทนรับพัสดุเอสซีจี เอ็กซ์เพรส (Service Agent) ผ่านเว็บไซต์ www.scgexpress.co.th โดยวางเป้าหมายทั้งปีไว้ที่ 300 สาขา
ทั้งนี้ยังมีแผนในการรุกขยายพื้นที่ให้บริการไปพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพ โดยตั้งเป้าขยายการให้บริการสู่ภาคตะวันออก, ภาคตะวันตก และภาคอีสานภายในปี 2560 พร้อมตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2561 ด้วยการนำจุดแข็งที่มีของทั้ง 2 บริษัทมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายของเอสซีจี โลจิสติกส์ ที่มีบริการและจุดกระจายสินค้าอยู่ทั่วประเทศ และการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญและบุคลากรจากยามาโตะ กรุ๊ป ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งในเรื่องความสุภาพและความเต็มใจให้บริการ มาพัฒนาพนักงานขับรถ

ด้าน คุณฉั่ว ขิ่ง เส็ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยามาโตะ เอเชีย จำกัด (YAMATO ASIA PTE., LTD) กล่าวว่า “ยามาโตะ กรุ๊ป” มีวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่การเป็นธุรกิจบริการขนส่งสินค้าและพัสดุอันดับหนึ่ง ทั้งในด้านนวัตกรรมการบริการและการส่งเสริมความเป็นอยู่ของผู้บริโภคในเอเชีย จึงเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินเดีย อินโดนีเซีย พม่า และ ฟิลิปปินส์ ล่าสุดได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ “เอสซีจี” องค์กรชั้นนำไทยที่มีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจและให้ความสำคัญกับการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคเช่นเดียวกับยามาโตะ กรุ๊ป ทั้งยังมีความแข็งแกร่งของเครือข่ายด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าในประเทศไทย จึงนำจุดแข็งดังกล่าวมาผสมผสานกับนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านตลาดขนส่งสินค้าย่อยแบบเร่งด่วนของยามาโตะ เพื่อมอบความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุที่ดีที่สุด และตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้มากที่สุด


“ทั้งนี้จากกลยุทธ์ในการสร้างการรับรู้ถึงจุดแข็งเรื่องการให้บริการที่แตกต่างของเอสซีจี เอ็กซ์เพรส การเพิ่มจำนวนจุดรับบริการทั้งในรูปแบบศูนย์บริการ และตัวแทนรับพัสดุ ตลอดจนขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมควบคู่กับการพัฒนาระบบการให้บริการอย่างมีนวัตกรรม เรามั่นใจว่าเอสซีจี เอ็กซ์เพรส จะเป็นที่รู้จักและครองใจผู้บริโภคได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยตั้งเป้าภายใน 5 ปี มียอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท และครองความเป็นผู้นำตลาดส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ” คุณนิธิ กล่าวสรุป
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถใช้บริการส่งพัสดุผ่านศูนย์บริการฯ และตัวแทนรับพัสดุเอสซีจี เอ็กซ์เพรส หรือใช้บริการรับพัสดุถึงบ้าน (Pick up Service) ผ่านคอลเซ็นเตอร์ โทร.0-2239-8999 หรือใช้บริการผ่านเว็บไซต์ www.scgexpress.co.th และแอพพลิเคชั่น SCG EXPRESS ทั้งระบบ iOS และ Android ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนรับพัสดุเอสซีจี เอ็กซ์เพรส สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คอลเซ็นเตอร์หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ www.scgexpress.co.th