การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกวงการธุรกิจ ทุกสาขาอาชีพ เช่นเดียวกับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มที่น่าจะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลับพบกับวิกฤติครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ทำให้หลายๆ แห่งต้องทยอยปิดตัวกันไปแล้วมากมาย

และทางรอดของผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้านในตอนนี้คือต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นคงอาจถึงขึ้นต้องล้มละลายกันเป็นแน่ เนื่องจากขณะนี้สถานการณการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

ล่าสุด ทีมงาน BUS & TRUCK มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร ที่นับว่าเป็นร้านนั่งชิลล์มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้วกิจการเหล่านี้ต้องเป็นอันปิดตัวโดยมิอาจเลี่ยงได้ แต่ทางรอดของแต่ละคนนั้นอาจมีวิธีแตกต่างกันคุณชาญวิทย์ บุญชิต หรือคุณแจ้ หนุ่มวัย 34 ปี บอกกับเราว่า ก่อนหน้านี้เขามีกิจการบาร์และร้านอาหารในตัวเมืองร้อยเอ็ดชื่อร้าน “มโนภิรมย์” ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 5 ปี ก็ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าและนักท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงเป็นเหตุให้กิจการต้องหยุดชะงักโดยไม่มีกำหนด

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ “คุณแจ้” ต้องหาทางรอดในระหว่างที่ร้านต้องหยุดโดยไม่มีรายได้ และนำไปสู่การเริ่มต้นธุรกิจร้านขายหมูกระทะที่ใช้รถกระป้อรุ่นคลาสสิคเป็นตัวขับเคลื่อนส่งถึงหน้าบ้านของลูกค้า และภาพคู่รักที่ตะลอนขับรถกะป้อรุ่นคุณปู่ไปตระเวนขายหมู่กระทะตามหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ดก็กำลังเป็นที่พูดถึงและถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์มากที่สุดในขณะนี้“ก่อนหน้านี้ผมซื้อรถกระป้อรุ่นเก่ามาจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นสาวกและหลงไหลในรถคลาสสิคอยู่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่โควิด-19 กำลังเริ่มแพร่ระบาด ส่งผลให้เราต้องหยุดให้บริการและปิดร้านเพื่อให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ แต่ก็ทำให้เราไม่มีรายได้ ในขณะที่รายจ่ายยังคงมีเหมือนเดิม

และพอดีความคิดที่จะทำธุรกิจขายหมูกระทะเดลิเวอรี่ผมก็เคยคิดไว้นานแล้วแต่ยังไม่มีเวลาได้ทำ ซึ่งผมมองว่าในละแวกหมู่บ้านของผมที่อยู่นอกตัวเมืองร้อยเอ็ดยังไม่ค่อยมีใครทำโมเดลนี้ และปัจจุบันคนที่อาศัยอยู่ตามชนบทก็นิยมทานหมูกระทะมากขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นช่วงที่คนไม่อยากออกจากบ้านเพราะกังวลเรื่องโรคโควิด เลยใช้โอกาสที่ร้านหยุดช่วงนี้เริ่มลงมือทำจนเป็นร้านหมูกระทะเคลื่อนที่ โดยประยุกต์รถให้สามารถถอดประกอบเหล็กด้านข้างเพื่อเป็นชั้นวางถาดวัตถุดิบให้ลูกค้าสามารถเลือกตักได้อย่างสะดวกถึงหน้าบ้าน โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางออกไปซื้อที่ร้าน” คุณแจ้ เล่าต่อว่า ในแต่ละวันเขาจะขับรถออกเดินทางขายหมูกระทะโดยผ่านเส้นทาง 3 หมู่บ้าน ซึ่งหลังจากครบทั้ง 3 หมู่บ้านแล้ว ก็จะวนมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างภาพจำให้กับลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งเมื่อเห็นแล้วก็จะลองซื้อไปทาน โดยหมูกระทะที่เขานำไปขายถึงหน้าบ้านนั้นมีราคาขายเพียงกิโลกรัมละ 140 บาท พร้อมกับแถมฟรีน้ำจิ้ม น้ำซุป และผัก ให้กับลูกค้า

สำหรับแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คุณแจ้และภรรยาจะสวมใส่แมสตลอดระยะเวลาทุกครั้งที่ออกไปขายของ พร้อมทั้งนำเจลแอลกอฮอล์ติดรถไปเพื่อให้ลูกได้ล้างมือก่อนที่จะเลือกซื้อ และจะให้ลูกค้าล้างมื้ออีกครั้งหลังจากเลือกซื้อเสร็จ โดยที่ผ่านลูกค้าต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในส่วนของอาหารและวัตถุดิบที่ใส่ไปในภาชนะยังถูกปิดอย่างมิดชิดหลังจากที่ลูกค้าเลือกซื้อเสร็จแล้วทุกครั้ง ดังนั้น จึงสามารถมั่นใจได้ถึงความสะอาดและปลอดภัยเมื่อซื้อหมูกระทะกับที่ร้าน ส่วนจุดเด่นที่สร้างความสนใจให้กับกลุ่มลูกค้า คือ ความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในละแวกนั้น ซึ่งคุณแจ้ใช้ความเป็นรถกะป้อรุ่นเก่าคลาสสิคคันเล็กที่หาดูได้ยากมาเป็นตัวดึงดูดสายตาให้ให้คนสนใจ ขณะเดียวกันยังเลือกวัตถุดิบที่ดี เช่น เนื้อที่เป็นเกรดคุณภาพ และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่มีรสชาดความเข้มข้นซึ่งทำสดใหม่ทุกวัน เป็นต้น

“หลังจากที่ลูกค้าเห็นรถเราแล้วก็จะเกิดความสนใจและลองซื้อไปทาน และจะเกิดการซื้อซ้ำเพราะติดใจในรสชาติและเห็นว่าสามารถซื้อได้สะดวกไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อเอง นอกจากนี้ ยังได้รับความคุ้มค่าด้วยราคาที่ไม่แพงมากแต่ยังได้ทานของอร่อยและสะอาดอีกด้วย”คุณแจ้ บอกกับ BUS & TRUCK ในตอนท้ายว่า หลังจากนี้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลงแล้ว คงต้องเดินหน้าขายหมูกระทะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับหาแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจปรับเวลาการขายให้กระชับขึ้นตามความเหมาะสม เนื่องจากต้องแบ่งเวลาไปดูแลกิจการบาร์และร้านอาหารในตอนกลางคืนเช่นเดิม เพราะสภาวะเศรษฐกิจขาลงเช่นนี้การมีรายได้ทางเดียวถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก“แม้หลายคนที่เห็นผมตอนนี้จะตั้งคำถามว่า เป็นถึงเจ้าของกิจการร้านอาหารที่มีคนรู้จักมากมาย ไม่อายหรอที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่สำหรับผมแล้วไม่เคยรู้สึกอายที่จะทำมาหากินโดยสุจริต ซึ่งสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผมเลือกที่จะทำร้านหมูกระทะเคลื่อนที่ คือ อยากทำให้คนที่กำลังท้อแท้เห็นเป็นตัวอย่างในการไม่ยอมแพ้ต่อวิกฤต และส่งต่อกำลังใจให้กับทุกคนได้ลุกขึ้นสู้และฝ่าฟันกับปัญหา ซึ่งผมเชื่อว่าจะต้องผ่านไปได้ในที่สุด”ปรากฏการณ์ที่วิกฤติโควิด-19 เกิดกับโลกในครั้งนี้ นอกจากจะไม่มีใครตั้งตัวได้ทันซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่โดยที่ไม่คาดคิดมาก่อนแล้ว ยังถือเป็นบททดสอบและบทเรียนสำคัญของชีวิตที่ตั้งอยู่บนความไม่นอน แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะช้าหรือเร็วในท้ายที่สุดมันก็ต้องผ่านไป ทีมงาน BUS & TRUCK  ขอเป็นกำลังใจให้คุณแจ้ และพี่น้องคนไทยทุกสาขาอาชีพก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยดีกันทุกคนนะครับ

โดย…น้าเช

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th