ค่ายรถใหญ่ช่วยทำให้การขายคล่องตัวมากขึ้น แบ่งเกรดลูกค้าให้ไฟแนนซ์พิจารณา พร้อมทั้งมีจำนวนเงินขั้นต่ำให้กับลูกค้าชั้นดี หากราคารถใหญ่ไม่ถึงปล่อยสินเชื่อได้เลย ส่วนประกันภัยภาคสมัครใจลูกค้าต้องทำใจเพราะปีแรกไฟแนนซ์จะเป็นผู้เลือกให้

แหล่งข่าวจากตัวแทนจำหน่ายรถใหญ่ค่ายญี่ปุ่นชื่อดัง เปิดเผยว่า สำหรับหลักการทำงานของพนักงานขายร่วมกับบริษัทไฟแนนซ์ที่จะช่วยทำให้การขายคล่องตัวมากขึ้น เพราะลูกค้าจะได้สินเชื่อในเวลาอันรวดเร็ว สามารถเพิ่มจำนวนการขายรถใหญ่ได้มากขึ้น จึงได้แบ่งเกรดของกลุ่มลูกค้าเป็น 3 ระดับด้วยกัน

ในส่วนของลูกค้าที่ซื้อรถใหญ่เป็นจำนวนน้อยเพื่อนำมาใช้งานเอง หรือเพื่อประกอบอาชีพขนส่งรายใหม่ มีความต้องการรถใหญ่เป็นจำนวนน้อยเพียงไม่กี่คัน จึงได้เลือกบริษัทไฟแนนซ์ให้คือทิสโก้และกรุงศรี ที่ต้องคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูง เพราะรายรับรายจ่ายของผู้ขอสินเชื่อยังไม่มีเสถียรภาพที่มั่นคง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ส่วนมาตรฐานของลูกค้าระดับ 2 คือผู้ที่ประกอบอาชีพขนส่งมานานกว่า 3 ปี มีรถใหญ่ใช้งานมากกว่า 10 คันขึ้นไป มีความต้องการดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลงมาเหลือเพียงแค่ 5% ทางพนักงานขายก็จะเลือกบริษัทไฟแนนซ์จากต่างประเทศให้ เพราะได้วางมาตรฐานของลูกค้ากับเงินกู้ไว้เรียบร้อยแล้ว จึงช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าประกอบอาชีพขนส่งได้ยาวนานขึ้น

ส่วนลูกค้ากลุ่มสุดท้ายก็คือ ลูกค้ารายใหญ่ที่มีรถใหญ่มากกว่า 50 คันขึ้นไป บริษัทไฟแนนซ์ที่จะคัดเลือกให้ก็มีอย่างกสิกรเป็นอันดับต้น ๆ เพราะมีเงินให้กู้เป็นจำนวนมากและคิดดอกเบี้ยในราคาที่ต่ำเพียงแค่ 4% เท่านั้น พร้อมทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการผ่อนเงินรายเดือนตามแต่ลูกค้าต้องการได้ตลอดเวลาอีกด้วย

นอกจากนี้ทางพนักงานขายและบริษัทไฟแนนซ์ยังได้มีข้อตกลงพิเศษร่วมกันคือ กลุ่มลูกค้าที่มีฐานะดีและมีรถใหญ่ใช้งานเป็นจำนวนมาก จะมีการตั้งงบพิเศษอย่างต่ำไว้ที่ 15 ล้านบาท หากลูกค้ารายนี้จะซื้อรถใหม่เพิ่ม โดยเงินสินเชื่อไม่เกินเงินที่ตั้งไว้ ก็สามารถปล่อยสินเชื่อได้เลยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่พิจารณาอีกครั้ง ทำให้การขายเพิ่มขึ้นในเวลาที่รวดเร็ว

และในส่วนของประกันภัยภาคสมัครใจนั้น ทางพนักงานขายรถใหญ่จะไม่สามารถมีสิทธิ์มาดูแลได้ เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของบริษัทไฟแนนซ์เป็นผู้ดูแล เพราะเมื่อปล่อยสินเชื่อแล้วก็ต้องได้รับประโยชน์จากบริษัทประกันภัยที่ช่วยหาลูกค้าให้ด้วย

ส่วนยอดขายรวมทุกยี่ห้อในปี 2560 นี้ คาดว่าจะต้องมีจำนวนที่เพิ่มมากกว่าปีที่แล้วอย่างน้อย 10% อย่างยอดขายที่ทำได้ในปี 2559 คือจำนวน 3 หมื่นคัน ต้องเพิ่มมาเป็น 3.3 หมื่นคันในปีนี้แน่ เพราะเมื่อปลายปีที่แล้วมีลูกค้ามาซื้อรถด้วยเงินสด เพราะสามารถนำมาหักภาษีของบริษัทได้เพิ่มเป็น 2 เท่า ทำให้ในไตรมาสแรกมียอดส่งรถเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และในไตรมาสที่สองก็มีค่ายอีซูซุได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ซึ่งจะต้องทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากแน่