“สมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทย” เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้พิจารณาเยียวยาตามนโยบายรัฐบาลแก่ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และ 36 พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหลังส่วนใหญ่ไม่ผ่านการคัดกรองจากระบบ AI ด้วยเหตุผล “เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา”

คุณชนกันต์ พร้อมมูล นายกสมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้จัดให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ทาง www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือนของรัฐบาล  ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชนผู้ลงทะเบียนขอรับการเยียวยาเป็นจำนวนมากไม่ผ่านการพิจารณาคัดกรองด้วยระบบ AI ที่กระทรวงการคลังนำมาใช้  และเป็นสาเหตุให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ได้รับการเยียวยาตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้เกิดความยากลำบากและความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต เนื่องจากต้องหยุดการประกอบอาชีพไม่มีรายได้  รายละเอียดดังทราบนั้น

การลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน ดังกล่าว ผู้ประกอบอาชีพรถตู้โดยสารไม่ประจำทางตามกฎหมายการขนส่งทางบกหรือรถตู้เช่าเหมา ทะเบียน 30 และ 36 ซึ่งต้องหยุดการประกอบอาชีพในทันทีตามคำสั่งของรัฐบาลและประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ซึ่งทั้งประเทศมีจำนวนประมาณ 10,000 ราย ได้ไปลงทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าว แต่ปรากฏว่า ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และทะเบียน ๓๖ เป็นจำนวนมากและเป็นส่วนใหญ่ไม่ผ่านการคัดกรองด้วยระบบ AI ที่กระทรวงการคลังนำมาใช้ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น เป็นเจ้าของกิจการ เป็นเกษตรกร เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา และอื่น ๆ ดังทราบที่นั้น

สมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทย ในฐานะผู้แทนของผู้ประกอบอาชีพรถตู้โดยสารเช่าเหมาตามกฎหมายการขนส่งทางบก ทะเบียน 30 และทะเบียน 36 จึงได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาเยียวยาตามนโยบายรัฐบาลแก่ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และ 36 ที่ไม่ผ่านการพิจารณาเยียวยา ดังนี้

1.ผู้ประกอบอาชีพรถตู้โดยสารไม่ประจำทางตามกฎหมายการขนส่งทางบกหรือรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และทะเบียน 36 เป็นประชาชนหรือชาวบ้านที่เดิมนำรถตู้ที่จดทะเบียนตามกฎหมายรถยนต์เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 12 คน หรือ รถ รย.2 ไปใช้รับจ้างเช่าเหมาเพื่อค่าจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายการขนส่งทางบกฐานประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือที่เรียกว่ารถผิดกฎหมาย และต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบกจัดระเบียบรถตู้ผิดกฎหมายเหล่านี้ทั้งหมด และจดทะเบียนเป็นรถตู้โดยสารไม่ประจำทางทะเบียน 30 และทะเบียน 36 และมีสถานะเป็นรถตู้เช่าเหมาอย่างถูกต้องในระบบกฎหมายนับแต่นั้นมา

2.การประกอบอาชีพรถตู้โดยสารไม่ประจำทางหรือรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และทะเบียน 36 เป็นกิจการที่อยู่ในบังคับของกฎหมายและต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายขนส่งทางบกจึงจะมีสิทธิใช้รถรับจ้างเพื่อค่าจ้างประกอบเป็นอาชีพได้ โดยการอนุญาตดังกล่าวนายทะเบียนตามกฎหมายขนส่งจะออกใบอนุญาตหรือที่เรียกว่า “ใบประกอบการขนส่ง”  ให้เป็นรายบุคคล หนึ่งรายหรือรถหนึ่งคันต่อหนึ่งใบอนุญาตหรือใบประกอบการ

แต่เนื่องจากกฎหมายการขนส่งทางบกได้บัญญัติขึ้นใช้บังคับมาเป็นเวลานานและยังมิได้มีการแก้ไขปรับปรุงกำหนดนิยามของคำว่า “ผู้ประกอบการ” ให้สอดคล้องเหมาะสมและตรงต่อบริบทของรถโดยสารแต่ละประเภท จึงเป็นเหตุในภาษาวิชาการและทางราชการเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารไม่ประจำทางที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นรายบุคคลหรือเจ้าของรถตู้เช่าเหมา ว่า ผู้ประกอบการ เหมือนกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางที่เป็นนิติบุคคลและมีรถเป็นจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ระบบ AI ที่กระทรวงการคลังนำมาใช้ไม่สามารถคัดกรองและแยกประเภทได้อย่างถูกต้อง เป็นเหตุให้โปรแกรมประมวลผลของระบบ AI ประมวลผลว่าเจ้าของรถรู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และ 36 เป็นเจ้าของกิจการที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้และไม่อยู่ที่ข่ายที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามมาตรการของรัฐบาล

3.ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และทะเบียน 36 ส่วนใหญ่ จะมีถิ่นที่อยู่และภูมิลำเนาอยู่ครอบคลุมที่พื้นที่ทุกจังหวัดของประเทศไทยโดยเฉพาะในจังหวัดภูมิภาค และเป็นผู้อยู่ในครอบครัวเกษตรกรที่บิดามารดายึดเป็นอาชีพติดต่อกันมาตั้งแต่ชั้นบรรพบุรุษ แต่ในชั้นบุตรหลานต่างก็ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและแยกไปประกอบอาชีพตามที่ได้ศึกษาและความถนัดของแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้มายึดประกอบอาชีพขับรถตู้เช่าเหมาโดยไม่เคยทำการเกษตรหรือประกอบอาชีพเกษตรแต่อย่างใด แต่เนื่องจากระบบวิธีการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. กำหนดให้ครอบครัวที่จะขึ้นทะเบียนเกษตรกรจะต้องแจ้งรายชื่อของบุคคลที่อยู่ในทะเบียนบ้านทั้งหมดจึงจะมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือและกู้ยืมเงินจากธนาคาร ธกส.จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาะทะเบียน 30 และ 36 ส่วนหนึ่ง มีชื่อเป็นเกษตรกร ทั้งที่ผู้มีชื่อดังกล่าวมิได้มีอาชีพเป็นเกษตรกรเลยแต่อย่างใด หรือเคยเป็นแต่ได้หยุดประกอบอาชีพเกษตรกรมาแล้ว ซึ่งเป็นเหตุให้โปรแกรม AI ตรวจพบจากฐานข้อมูลที่นำเข้าว่าเป็นเกษตรกร และถูกคัดชื่อออกเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายได้รับการช่วยเหลือและเยียวาตามมาตรการของรัฐบาล

4.เหตุผลประการหนึ่งที่ผู้ประกอบอาชีพขับรถตู้เช่าเหมา ทะเบียน 30 และทะเบียน 36 จำนวนหนึ่ง ถูกคัดชื่อออกไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา คือ เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ทั้งที่บางคนมีอายุมากถึง 50 ปี  ในกรณีนี้ สมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทยขอชี้แจงว่า คนขับรถตู้เช่าเหมาบางคนจบการศึกษาในระดับประถมและระดับมัธยม และต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้นถึงชั้นปริญญาตรี เพื่อขอรับใบอนุญาตมัคคุเทศก์นำเที่ยว  จึงได้ไปสมัครเรียนเป็นนักเรียนกับการศึกษานอกโรงเรียนซึ่งเป็นการศึกษาตามอัธยาศัย และมหาวิทยาลัยเปิดหรือมหาวิทยาลัยเอกชนที่จัดการเรียนการสอนในระดับผู้ใหญ่ แต่ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาเหล่านั้นก็ยังมีมีอาชีพขับรถตู้เช่าเหมาตามปกติ เพียงแต่มีสถานะเป็นผู้ใฝ่รู้เพื่อยกระดับการศึกษาและการประกอบอาชีพของตนเองให้ดีขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบการขนส่งและการท่องเที่ยวของประเทศ และเมื่อผู้ขับรถตู้เช่าเหมาเหล่านี้ถูกระบบ AI คัดชื่อออก จึงเป็นเหตุให้ได้รับความลำบากและเดือดร้อน

5.หลังจากที่รัฐบาลประกาศสภาวะฉุกเฉินอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ  ได้มีประกาศห้ามรถยนต์โดยสารไม่ประจำทางวิ่งเข้าไปรับส่งผู้โดยสารในเขตจังหวัดแล้ว ก็เป็นเหตุให้ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมา ทะเบียน 30 และทะเบียน 36 ต้องหยุดการวิ่งรถรับจ้างในทันที ผู้ใช้บริการที่ติดต่อว่าจ้างรถไว้แล้วก็ขอยกเลิกทั้งหมด ส่งผลให้ไม่มีรายได้ นับแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563เป็นต้นมา ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมามีรายจ่ายทางด้านต้นทุนประกอบการคงที่ตลอดเวลา เช่น ค่างวดรถ ค่าภาษีรถ ค่าประกันภัยเพิ่มเติม ค่าบริการสัญญาณระบบ GPS  เป็นต้น และเป็นเหตุให้ไม่มีรายได้มาจุนเจือใช้สอยในครอบครัวแต่อย่างใด

สมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทยขอกราบเรียนว่า ด้วยเหตุผลตามที่ยกขึ้นกล่าวอ้างมาข้างต้นนี้ จะเห็นว่า ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และทะเบียน 36 ที่ได้ลงทะเบียนไว้นั้น ล้วนแต่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งของรัฐบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ไม่สามารถใช้รถทำการรับจ้างได้ตามปกติ ต้องหยุดการประกอบอาชีพในทันที จึงเป็นผู้สมควรได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากมาตรการ 5,000 บาท 3 เดือน ของรัฐบาลเป็นลำดับแรกและอย่างทันท่วงที

ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมาทะเบียน 30 และทะเบียน 36  สมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทย จึงได้เขืย่ยหนังสือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาและให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามมาตรการของรัฐบาล 5,000 บาท 3 เดือน แก้ผู้ประกอบอาชีพรถตู้เช่าเหมา ทะเบียน 30 และทะเบียน 36 ที่ยืนคำขอลงทะเบียนไว้แต่ไม่ได้รับการพิจารณาทั้งหมดทุกคนด้วย

“เนื่องจากเราเป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ทางภาครัฐก็ได้รับทราบถึงปัญหาของพวกเราแล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยากับเราเพราะตามกฎหมายขนส่งเราต้องไปจดใบอนุญาตหรือที่เรียกว่า “ใบประกอบการขนส่ง” แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับมีรถเพียงหนึ่งคันต่อหนึ่งคนเท่านั้น จึงทำให้ส่วนใหญ่ไม่ผ่านการคัดกรองด้วยระบบ AI และการมายื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงในครั้งนี้ เราก็หวังว่าจะได้รับความเห็นใจจากรัฐบาลและให้การช่วยเหลือในเร็ววันนี้ เพราะนับตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา เราก็ไม่มีรายได้เข้ามาเลยในขณะที่ยังคงมีรายจ่ายเหมือนเดิม” นายกสมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทย กล่าว

โดย…น้าเช

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th