ในสถานการณ์ปัจจุบันหลายธุรกิจกำลังโดนรุมจากปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งวิกฤตโควิด-19 ที่มีการสั่งปิดสนามบิน การประกาศเคอร์ฟิว สงครามจีน-สหรัฐรอบใหม่ ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ฯลฯ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคประชาชนทุกส่วน ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม ธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศและทางทะเล ที่ต้องใช้ระยะเวลาขนส่งยาวนานกว่าเดิม หรือไม่สามารถขนส่งสินค้าข้ามประเทศได้

ผู้ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อเดินหน้าธุรกิจ ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งระหว่างประเทศแบบ Cross Border มากขึ้น โดยใช้รถบรรทุกและหางพ่วงตู้คอนเทนเนอร์สั่งทำพิเศษ ในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าข้ามแดนระหว่างประเทศ รวมถึงการจัดการพิธีการต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของประเทศระหว่างทางจนถึงปลายทางอย่างเคร่งครัด

ในด้านของ “ผู้ใช้บริการ” ส่วนใหญ่จะค้นพบว่าข้อดีในการหันมาขนส่งสินค้าแบบ Cross Border คือ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดลง เมื่อเทียบกับการขนส่งทางอากาศ อีกทั้งมีความรวดเร็วมากขึ้น เมื่อเทียบกับการขนส่งทางทะเล ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับการบริหารจัดการต้นทุนและควบคุมระยะเวลาการจัดส่งสินค้า เหตุผลดังกล่าวทำให้บริการขนส่งข้ามแดนเป็นที่นิยมมากขึ้น และเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง

บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (WICE) ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร ได้เริ่มให้บริการ Cross Border ระหว่างกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และจีน ในปี 61 โดยเข้าร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจ เข้าถือหุ้น 40% จัดตั้งบริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (EUROASIA TOTAL LOGISTICS CO.,LTD.) (ETL) เพื่อเริ่มให้บริการดังกล่าว ผ่านถนนที่เรียกว่า One Belt One Road ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นโดยประเทศจีน

ช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ  Cross Border ในปีที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่ในปัจจุบันธุรกิจนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับมูลค่าการค้าที่สูงขึ้น ซึ่ง WICE พยายามขยายฐานลูกค้า ให้สามารถรองรับประเภทสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นการขนส่งหลักของบริษัท เช่น กลุ่มอาหาร และกลุ่มค้าปลีก ด้วยศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของ WICE จากการมีเครือข่ายเส้นทางที่ครอบคลุมตั้งแต่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ลาว เวียดนาม ไปจนถึงจีน ถือเป็นแต้มต่อทางธุรกิจที่สำคัญ เนื่องจากประเทศจีนเป็นตลาดขนส่งขนาดใหญ่มีความต้องการด้านงานโลจิสติกส์สูง 

ประกอบกับ WICE ปรับกลยุทธ์ที่เอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการทุกขนาด ที่มีความต้องการในการขนส่งมากน้อยแตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย การให้บริการขนส่งแบบ Full Truck Load (FTL) หมายถึง การส่งสินค้าจากโรงงานเต็มคันรถ ตรงไปให้ลูกค้าแต่ละราย โดยสินค้าจะไม่ผ่านคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าและไม่มีการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะระหว่างทาง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านเวลาและต้นทุน

การขนส่งแบบ Less-than-truckload (LTL) คือ การบรรทุกแบบไม่เต็มคันรถ สินค้าที่มีปริมาณไม่มาก บรรทุกไม่เต็มคันรถ พร้อมด้วยตู้ Double Rack ตู้แบบต่อกันได้ เพื่อรองรับสินค้าแบบไม่เต็มตู้ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ต้องการขนส่งสินค้าจำนวนไม่มาก 

การปรับกลยุทธ์ด้านเส้นทางเครือข่าย และรูปแบบการให้บริการดังกล่าวทำให้ในไตรมาส 1/63 WICE เริ่มกลับมาทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในธุรกิจ Cross Border ตามแผนที่บริษัทกำหนดไว้ จากปี 62 ขาดทุน 47 ล้านบาท เพราะช่องทางขนส่ง Cross Border ใช้เวลาการขนส่งที่รวดเร็ว คุ้มค่า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง อีกทั้งช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การขนส่งนี้กลับโตสวนกระแส เพราะไม่ได้มีการปิดเส้นทางเหมือนช่องทางการขนส่งอื่น ๆ

คุณชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ  WICE กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นขยายการให้บริการโลจิสติกส์ครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งการขนส่งทางบก  ทางน้ำ ทางอากาศ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าผ่านการทำงานร่วมกันกับเครือข่ายสาขาของ WICE ทั้งหมด  ซึ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตลูกค้าหันมาใช้บริการขนส่งทางบก Cross Border Transport Services มากขึ้นเช่นกัน

สอดคล้องตามมูลค่าการค้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นการขนส่งลักษณะนี้เป็นแบบประตูสู่ประตู (Door to Door) คือการให้บริการรับจัดการขนส่งตั้งแต่หน้าประตูโรงงานลูกค้าต้นทาง เพื่อส่งมอบไปยังหน้าประตูโรงงานลูกค้าปลายทาง อีกทั้งยังใช้ระยะเวลาขนส่งไปถึงที่หมายได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการขนส่งสินค้าทางทะเล ประกอบกับบริหารจัดการมีปริมาณสินค้าขากลับได้มากขึ้น ขณะที่ทิศทางขยายการลงทุน และมูลค่าการค้าขายในกลุ่มประเทศอาเซียนมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้ธุรกิจ Cross Border เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โดย…น้าเช

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th