คุณนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางภาคใต้ ช่วงนครปฐม–ชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร มูลค่างานก่อสร้างรวม 33,982 ล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มุ่งมั่นจะทำให้การเดินทางของประชาชนมีความรวดเร็ว

ทั้งนี้ เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางจากสถานีกลางบางซื่อถึงสถานีชุมพร จะใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง และย่นระยะการเดินทางจากกรุงเทพฯ-หัวหิน เหลือเพียง 2-3 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 4-5 ชั่วโมง โดยรถไฟจะวิ่งความเร็วอยู่ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยภาพรวมของโครงการมีความคืบหน้าประมาณ 67.5% ซึ่งล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดประมาณ 7.89% จากหลากหลายปัจจัย เช่น การปรับแบบการก่อสร้าง ปัญหาผู้บุกรุกที่ดิน เป็นต้น แต่มั่นใจว่า การก่อสร้างจะยังคงเป็นตามแผนที่วางไว้ โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 64 และพร้อมเปิดให้บริการปี 65 สำหรับโครงการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 5 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 นครปฐม–หนองปลาไหล มูลค่างาน 8,198 ล้านบาท ความก้าวหน้างานก่อสร้างคืบหน้า 69% ช้ากว่าแผน 0.44%, สัญญาที่ 2 หนองปลาไหล–หัวหิน มูลค่างาน 7,520 ล้านบาท ความก้าวหน้างานก่อสร้างคืบหน้า 72.65% เร็วกว่าแผน 2.40%, สัญญาที่ 3 หัวหิน–ประจวบคีรีขันธ์ มูลค่างาน 5,807 ล้านบาท คืบหน้า 74.75% เร็วกว่าแผน 0.25%, สัญญาที่ 4 ประจวบคีรีขันธ์–บางสะพานน้อย มูลค่างาน 6,465 ล้านบาท คืบหน้า 66.56% เร็วกว่าแผน 3.81% และสัญญาที่ 5 บางสะพานน้อย–ชุมพร มูลค่างาน 6,992 ล้านบาท คืบหน้า 56.13% ช้ากว่าแผน 17.43% ทั้งนี้ คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2564 และจะเปิดให้บริการในปี 2565คุณนิรุฒ ยังกล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่า การรถไฟฯ ได้ประมาณ 4-5 เดือนนั้น จึงได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาและแนวทางการดำเนินการ 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.กระบวนการทำงานของ การรถไฟฯ ซึ่งจะต้องมีการปรับกระบวนการทำงานและวิธีคิด เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป 2.การบริหารจัดการบุคลากร การรถไฟฯ ซึ่งหลังจากนี้ การรถไฟฯ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ เนื่องจากในปัจจุบันจำนวนพนักงานลดลงเหลือ 9,000 คนจากเดิม 18,000 คน เมื่อปี 2541 แต่ในขณะที่การเดินรถไฟยังคงเท่าเดิม ซึ่งถือเป็นความเสี่ยง และเป็นโจทย์ที่ผู้บริหาร รฟท.จะต้องมาพิจารณาการวางระบบโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูองค์กรต่อไป แม้ว่าในอนาคตอาจจะต้องให้เอกชนเข้ามาร่วมเดินรถด้วยก็ตาม

3.การทำการตลาดด้านการขนส่งสินค้ามากขึ้น โดยล่าสุดได้หารือร่วมกับภาคเอกชน ในการขนส่งเกลือ ซึ่งมีปริมาณการขนส่งประมาณ 10 ล้านตันต่อปี โดย การรถไฟฯ จะขนส่งสินค้า ในเส้นทางระหว่างนครราชสีมา–นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายการขนส่งในปีแรกประมาณ 4 แสนตัน สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานของ การรถไฟฯ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ด้วย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวนั้น ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ของ รฟท. นอกเหนือจากการขนส่งผู้โดยสาร

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com