เรื่องที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่พูดถึงกันมากสุดก็คือ การที่รัฐบาลได้กำหนดให้รถปิกอัพเป็นเพียงแค่รถบรรทุกอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถให้บุคคลที่สามนั่งในคอนโซลหลังคนขับได้ เพราะสร้างไว้เพื่อบรรทุกสิ่งของไม่ใช่บรรทุกผู้โดยสาร ส่วนกระบะท้ายนั้นก็ให้บรรทุกสิ่งของได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งก็มีเสียงจากประชาชนทั่วประเทศคัดค้านเป็นอย่างมาก จนในที่สุดทางรัฐบาลก็ต้องอนุโลมให้ทุกอย่างยังเหมือนเดิมแล้วจะพิจารณาใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ชาวรถปิกอัพได้สนุกสนานในช่วงสงกรานต์ได้อย่างเต็มที่

ในส่วนของรถปิกอัพทางรัฐบาลได้กำหนดให้ใช้ได้เฉพาะบรรทุกสินค้าอย่างเดียวเท่านั้น โดยเก็บภาษีหน้าโรงงานเพียงแค่ 3% เพื่อให้ชาวเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมากกว่า 70% สามารถนำไปใช้งานได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วชาวเกษตรกรทั่วประเทศมีฐานะที่ยากจน จุดประสงค์หลักของการซื้อรถปิกอัพคือการนำไปบรรทุกสิ่งของและพืชผลเกษตรกรรม พร้อมทั้งยังพ่วงการบรรทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนงานหรือญาติมิตร เพื่อนบ้าน ยามที่ต้องเดินทางไปทำบุญหรือพักผ่อนต่างสถานที่

แม้ว่าจะเป็นการผิดกฎหมายที่รถปิกอัพบรรทุกคน แต่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของทางราชการก็มีความเข้าใจดีว่าสิ่งใดเหมาะสมกับชาวเกษตรกรมากที่สุด เมื่อของชิ้นเดียวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายทาง ลดค่าใช้จ่ายก็จำเป็นที่จะต้องนำมาใช้แบบนั้น ดังนั้นรัฐบาลในชุดที่ประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งเข้ามาก็ทำการอนุโลมให้รถปิกอัพสามารถบรรทุกได้ทั้งสิ่งของและผู้โดยสาร

แต่เมื่อรัฐบาลชุดทหารมองเห็นว่าความปลอดภัยสำคัญที่สุด จึงสั่งห้ามไม่ให้รถปิกอัพสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้อีกต่อไป ต้องใช้งานให้ตรงจุดประสงค์ที่ทางราชการได้ตั้งมาแต่แรก แม้ว่าจะยอมอนุโลมให้ในช่วงแรก แต่ต่อไปก็ต้องประกาศใช้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งมาแต่แรก และประชาชนจะไม่สามารถนำเหตุผลมาอ้างได้อีกต่อไป

ลองคิดถึงความเป็นจริง เมื่อรถปิกอัพสามารถใช้ได้เพียงแค่บรรทุกสิ่งของ คุณค่าของรถปิกอัพก็จะลดลงเป็นได้เพียงแค่ใช้งานเฉพาะการก่อสร้าง บรรทุกสิ่งของที่ใช้ในงานเท่านั้น พร้อมทั้งใช้บรรทุกพืชผลทางการเกษตรเมื่อไปเก็บผักที่ไร่นา และนำไปส่งที่ตลาดเท่านั้น หากไม่ใช่หน้าการก่อสร้างและช่วงเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร รถปิกอัพคันนี้จะมีประโยชน์อะไร เพราะไม่สามารถบรรทุกคนงานก่อสร้างไปด้วยได้ ไม่สามารถให้เด็กหรือเพื่อนข้างบ้านติดรถไปโรงเรียนหรือทำธุระในตลาดได้ ทุกคนต้องเสียค่ารถไปทำธุระของตัวไม่สามารถอาศัยติดรถปิกอัพคนอื่นไปได้อีกต่อไป รายจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นแต่รายรับแทบจะไม่มีเหมือนเดิม

ในอดีตที่ผ่านมายอดขายของรถปิกอัพจะมีมากถึง 60% ต่อปีทีเดียว เพราะสามารถนำไปใช้งานได้สองทางคือ บรรทุกสิ่งของและผู้โดยสาร โดยที่หน่วยงานของทางราชการหรือรัฐบาลไม่มีการประกาศเตือนให้ผู้ซื้อปิกอัพทราบว่ารถปิกอัพมีไว้ใช้งานบรรทุกสิ่งของเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วจู่ ๆ ก็มาเอาเปรียบคนจนที่เก็บเงินซื้อรถปิกอัพว่าสามารถใช้งานได้เพียงแค่บรรทุกสิ่งของเท่านั้น

เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ให้ส่งเรื่องร้องเรียนต่อทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ให้ผู้กระทำผิดต้องชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้ที่ถูกเอาเปรียบ ลองคิดดูว่าในเมืองไทยมีผู้ใช้รถปิกอัพมากกว่า 10 ล้านคันแล้ว หากรวมค่าเสียหายทั้งหมดที่ได้รับจากผลกระทบครั้งนี้จะมีมากมายสักแค่ไหน

ต้องยอมรับว่าทางเลขาธิการ สคบ. ทำการต่อสู้อย่างจริงจังเพื่อให้ประชาชนผู้เสียหายได้รับการดูแลชดเชยอย่างเต็มที่ โดยผู้ที่กำหนดให้รถปิกอัพบรรทุกได้เฉพาะสิ่งของอย่างเดียวเท่านั้นก็คือ พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้บอกว่าใครมีปัญหาเรื่องนี้เข้าพบได้โดยตรงสามารถพดคุยกันได้ทุกเรื่อง

เพราะรัฐบาลหวังที่จะให้ประชาชนทุกคนมีแต่ความปลอดภัยเป็นหลัก