เรื่องนี้บอกเลยว่า… งงจ้า!!  ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา คมนาคม เปิดฉากงัด มหาดไทย ประเด็นขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก 30 ปี เก็บค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย เหตุสัมปทานเดิมจะหมดสัญญา 9 ปีข้างหน้า หลังมีการเทียบข้อมูลกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปัจจุบันเก็บแค่ 42 บาท ตลอดสายระยะทางไกลกว่า ระยะทางรวมรถไฟฟ้าบีทีเอส จริงหรือ??

แหล่งข่าวรายงานว่า ทางบีทีเอส ออกมาแจ้งข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯให้บริการมากว่า 21 ปีแล้ว เป็นผู้นำรถไฟฟ้าเจ้าแรกของประเทศไทย และเป็นผู้ลงทุนเอง 100% (ซึ่งทุกคนอาจจะลืมไปแล้ว) มาตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าบีทีเอสได้มีการต่อสัมปทานเพิ่มขึ้นผลประโยชน์ยิ่งตกแก่ผู้โดยสาร เพราะการคิดคำนวณ ราคาต่างๆ นั้น ทางคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเจรจา กับบริษัทฯ ได้มีการเจรจากันอย่างเข้มข้น และเพื่อประโยชน์ของกทม. และประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว และสิ้นปี2563 นี้ บีทีเอสจะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 7 สถานี ไปถึงสถานีคูคต ระยะทางการให้บริการจะยาวที่สุดถึง 68 กิโลเมตร ในราคาที่ผู้โดยสารจะจ่ายสูงสุดเพียง 65 บาท

เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนงานโยธาจากภาครัฐ บีทีเอสต้องแบกรับภาระเงินค้างชำระหนี้ต่างๆ ของ กทม. กว่าหมื่น ๆ ล้านบาท และในสัญญาสัมปทานใหม่นี้ บีทีเอสจะต้องแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้กรุงเทพมหานครทุกปี  และนอกไปจากนั้นหากผลตอบแทนเกินกว่า 9.6% ยังต้องแบ่งรายได้ให้ กทม.

อีกด้านแหล่งข่าวจาก กระทรวงมหาดไทย นั้น ในที่ประชุมครม. ที่ผ่านมา ก็ได้เคยชี้แจงว่า ข้อคิดเห็นทางข้อกฎหมายว่าการใช้อำนาจตาม มาตรา 44 ของคสช.ที่ให้ยกเว้นหลักการตาม  พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เพื่อความรวดเร็ว และการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนอย่างไร้รอยต่อนั้น ได้ให้ผู้แทนอัยการสูงสุดชี้แจงในประเด็นดังกล่าวต่อที่ประชุม ครม.ว่า “จากการศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ แล้วพบว่า ไม่ขัดหลักของกฎหมายสามารถทำได้ และคำสั่งของคสช.ยังมีผลในทางปฏิบัติอยู่ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดแต่อย่างใด”

นอกจากนั้นเรื่องนี้ก็เคยได้ผ่านกระทรวงคมนาคมซึ่งได้ให้ความเห็นชอบมาหลายครั้งแล้ว แต่แล้วทำไมคมนาคมเพิ่งจะมาเปลี่ยนใจ ในช่วงขณะที่มีการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทั้งนี้ ทางมหาดไทย ย้ำความโปร่งใส ด้วยการให้ข้อมูล ในที่ประชุมว่า การกำหนดราคาค่าโดยสารที่ระดับ 65 บาทนั้น ถือว่าครอบคลุมการให้บริการตลอดกว่า 68 กิโลเมตร เฉลี่ยค่าโดยสารกิโลเมตรละ 0.97 บาท  จากที่กทม.ศึกษาไว้ที่ 158 บาทตลอดสาย ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกำหนดค่าโดยสารสูงสุดที่ 42 บาท แต่ให้บริการระยะทางทั้งสิ้นแค่ 48 กิโลเมตร เฉลี่ย 0.88 บาท/กิโลเมตร อีกทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อค่าแรกเข้าที่เป็นมาตรฐาน ราคาเดียว พร้อมนำ KPI ในเรื่องการให้บริการเดินรถที่เข้มข้น พร้อมบังคับให้ผู้เดินรถต้องลงทุนเพิ่มตลอดเวลาจำนวนมาก อีกด้วย

ส่วนเรื่องการใช้สินทรัพย์ ที่ทางคมนาคม แจ้งว่าต้องศึกษาดีๆ เพราะกลัวว่ารัฐ และประชาชนจะได้ไม่คุ้มเสียนั้น แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร กระซิบมาว่า

“เรื่องนี้ได้มีการชี้แจงกระทรวงการคลังแล้วว่าการคิดทรัพย์สินที่จะต้องโอนให้กทม. หรือไม่นั้น ไม่แตกต่างกันหากมีการคิดต้นทุนการแบ่งรายได้ ให้กทม. ต้องลดลงเนื่องจากมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งไม่มีข้อแตกต่างกัน ในขณะที่ รัฐคุมผลตอบแทนการลงทุนของเอกชนที่ 9.6% ซึ่งหากเทียบกับ โครงการอื่นๆ จะมีผลตอบแทนการลงทุนที่ ต่ำกว่าเช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 9.75 %”

การต่อสัมปทานสายสีเขียวครั้งนี้ จะเป็นอย่างไร สงสัยต้องร้องเพลง..รอ… กันต่อไป จะเป็นมหากาพย์เดียวกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม รึเปล่า!!! ต้องติดตาม….

 

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com