กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา กับน.ส.เจนจิตร เสนานุช ชาวอ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หลังจากรถทัวร์โดยสารสีฟ้าขาว สายกรุงเทพฯ-ภูเรือ เห็นป้ายทะเบียนรถชัดเจน จอดที่ชานชาลาสถานีรับส่งผู้โดยสารหมอชิต กทม. โดยหญิงสาวรายนี้พูดคุยกับพนักงานประจำรถด้วยเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้น ตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ให้เธอขึ้นรถในเมื่อเธอซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว แล้วเธอจะกลับยังไง “นี่หรือคนไทย” จากนั้นในคลิปเป็นภาพรถทัวร์ค่อยๆ ถอยหลังออกจากชานชาลาไป

เจ้าตัวโพสต์เล่าว่า เดินทางมาจากเพชรบูรณ์เมื่อวาน (22 ธ.ค.) เพื่อมาตรวจตา ที่โรงพยาบาลศิริราช ตรวจเสร็จจะเดินทางกลับ แต่เจ้าหน้าที่ใม่ให้ขึ้นรถ อ้างว่าผู้โดยสารังเกียจ ทั้งๆ ที่ตนเองชื้อตั๋วแล้ว ต้องไปคืนตั๋ว และยังบอกด้วยว่าตนขึ้นมารักษาตัว 2-3 ครั้งต่อเดือน เป็นแบบนี้มากว่า 10 ปีแล้ว ไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้

หลังโพสต์และคลิปวีดีโอดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่า มีชาวโซเชียลพากันแสดงความสงสารและเห็นใจสาวรายนี้ และรุมวิจารณ์ชายที่อยู่ในชุดพนักงานประจำรถ ที่นอกจากจะไม่ยอมให้หญิงสาวรายนี้ขึ้นรถโดยสารกลับบ้านแล้ว ยังหยิบกล้องมือถือขึ้นมาถ่ายบันทึกภาพ ขณะเดียวกันยังต่อว่ากระทบไปถึงบริษัทฯเจ้าของรถโดยสารคันนี้อีกด้วย จากนั้นชาวโซเซียลต่างช่วยกันชี้ช่อง เพื่อให้ร้องเรียนเอาผิดกับพนักงานชายประจำรถโดยสารคนนี้

ท่าทีจาก บขส.

ล่าสุด บขส. แจ้งว่า ตามที่ คุณเจนจิตร เสนานุช ได้ร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ เฟสบุ๊ค ว่า ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้ขึ้นรถ เพื่อเดินทางกลับเพชรบูรณ์ ทั้งที่ซื้อตั๋วโดยสารแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า รถโดยสารคันที่ก่อเหตุเป็นรถของบริษัท เพชรประเสริฐทัวร์ จำกัด รถคันหมายเลข  ม.4ข/14-79 เส้นทางกรุงเทพฯ-หล่มสัก เที่ยวเวลา 15.45 น. ของวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ได้กระทำการผิดจริง จึงได้ลงโทษปรับตามระเบียบบริษัทฯ ฐานไม่ควบคุมพนักงานรถร่วมฯ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการใดๆ ให้ผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารถูกต้องต้องลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทาง รวมเป็นเงิน 2,000 บาท นอกจากนี้ได้ทำบันทึกว่ากล่าวตักเตือน ให้ผู้ประกอบการลงรายมือรับทราบบทลงโทษและห้ามกระทำการผิดเช่นนี้อีก มิฉะนั้นจะถูกพิจารณาโทษขั้นสูงสุดตามระเบียบของบริษัทฯ ต่อไป

อย่างไรก็ดี บขส. ได้ติดต่อไปยังผู้ร้องเรียน เพื่อแจ้งผลการดำเนินการและบทลงโทษดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และในส่วนผู้ประกอบการ แจ้งว่า ในวันนี้ (24 ธ.ค. 63) จะเดินทางไปพบผู้ร้องเรียน เพื่อขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement