27 ม.ค. 64 – สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อคพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 มุ่งประโยชน์ต่อการบริโภคตามวิถีชาวบ้านและเพื่อการส่งเสริมเป็นพืชเศรษฐกิจ ขณะย้ำต้องรอการพิจารณาของวุฒิสภาและต้องรอมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจานุเบกษาอีก 90 วัน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ( พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ ที่รัฐบาลเสนอและคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว ก่อนทำการลงมติรายมาตราที่มีการแก้ไข และในท้ายที่สุดมีมติเห็นชอบกับร่างกฎหมายทั้งฉบับด้วยเสียง 319 ต่อ 7 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 319 คน

สำหรับร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ มีหลักการสำคัญในการยกเลิกหรือปลดล็อคพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท5 ให้พืชกระท่อมไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษอีกต่อไป ยกเลิกโทษความผิด ยกเลิกประกาศท้องที่ที่ทำการเสพได้โดยไม่มีความผิดประชาชนผู้บริโภคบริโภคได้โดยไม่มีความผิดได้รับความเป็นธรรมและการยอมรับจากสังคมว่าไม่ใช่ผู้เสพยาเสพติด ยกเว้นแต่จะนำไปผสมกับสารเสพติดประเภทอื่นที่บัญญัติไว้ว่าเป็นความผิดเนื่องจากพืชกระท่อมคือพืชสมุนไพรเป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่ควรนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศโดยเฉพาะเกษตรกร

นอกจากนี้ ในการให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการในการปรับให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ต่างจากร่างฉบับที่รัฐบาลเสนอเข้ามาที่กำหนดมีผลหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน ซึ่งเหตุผลในการปรับแก้ไขให้มีผลบังคับใช้ได้เร็วขึ้นนี้เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยเฉพาะการบริโภคในลักษณะวิถีชาวบ้านช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐในการจับกุมและดำเนินคดีเกี่ยวกับการเสพพืชกระท่อมรวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมพืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการวิสามัญมีข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เกี่ยวกับผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา90 วัน เพราะผู้นิยมบริโภคพืชกระท่อมอาจเข้าใจผิดว่าสามารถใช้พืชกระท่อมได้อย่างเสรีทันทีจึงอาจถูกจับกุมในช่วงเวลาที่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ การกำหนดเวลาให้กฎหมายมีผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจานุเบกษา 90 วัน เพื่อรอการจัดทำร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ขึ้นมาอีกหนึ่งฉบับ ให้มีมาตรการควบคุมการใช้พืชกระท่อมโดยไม่ขาดตอนหลังจากยกเลิกออกจากการเป็นยาเสพติด อาทิ การป้องกันการใช้พืชกระท่อมในกลุ่มเยาวชนหรือกำหนดการปลูกให้มีความเท่าเทียมและได้รับประโยชน์ร่วมกัน การส่งเสริมการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมแปรรูปให้เกิดประโยชน์เป็นธุรกิจส่งออก อาทิ ยาสมุนไพร อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
.
อ้างอิงจาก : ข่าววิทยุรัฐสภา http://tpchannel.org/radio/newsdetail.php?news_id=5044…