รู้หรือไม่ว่า “วันคุ้มครองโลก (Earth Day)” ตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ซึ่งวันนี้ถูกประกาศโดยโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (United Nations Environment Program “UNEP”) เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513

โดยวันคุ้มครองโลกนี้ เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) สมาชิกวุฒิของสภาสหรัฐอเมริกา ได้เป็นผู้ริเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ต่อมา สมาชิกวุฒิสภาเนลสันได้ตัดสินใจขอให้ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ยกเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเคเนดีก็เห็นด้วยและได้ออกเดินสาย เป็นเวลา 5 วัน ไปยัง 11 รัฐ ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2506 (ก่อนที่ประธานาธิบดีเคเนดีจะถูกลอบยิงเสียชีวิต) การเดินสายครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของการริเริ่มวันคุ้มครองโลก

และจนในปี พ.ศ. 2512 สมาชิกวุฒิสภาเนลสันได้ผลักดันให้มีการจัดการชุมนุมประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศขึ้น เพื่อให้แสดงความคิดเห็นในปัญหาสิ่งแวดล้อม และได้เชิญชวนให้ทุก ๆ คนร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดกระแสความห่วงใยในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของสังคมอเมริกันในขณะนั้น นำสู่ความสำเร็จของการก่อตั้งวันคุ้มครองโลกขึ้นต่อมาอย่างไรก็ตาม แม้ “วันคุ้มครองโลก (Earth Day)”  จะถือกำเนิดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้คนทุกคนมีจิตสำนึกในการปกป้องและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก แต่ปัจจุบันก็เป็นที่รับรู้กันดีว่าปัญหาและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ มลพิษทางอากาศ ซึ่งที่ผ่านมาทางองค์การอนามัยโลก ได้รายงานว่ามลพิษทางอากาศได้คร่าชีวิตประชากรโลกไปแล้วหลายล้านคน ในขณะที่ประเทศไทยก็มีคนเสียชีวิตไปแล้วหลายหมื่นคนจากพิษทางอากาศ

ทั้งนี้ จะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากหากเราจะร่วมมีบทบาทเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหามลพิษทางอากาศส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์แทบทั้งสิ้น ยิ่งในทุกวันนี้ในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ-ปริมลฑล มีฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5  เกิดขึ้นมากมายจนรู้สึกหายใจลำบาก นั่นก็เห็นได้ชัดว่าปัจจัยสำคัญเกิดจากการใช้ยานพาหนะที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปในการขนส่งมวลชน และขนส่งสินค้า ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่เห็นได้ชัดกรณีศึกษา “หลายเมืองใหญ่ของจีนมีค่าฝุ่นวิฤตเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก”

จีนเคยประสบปัญหามลภาวะจากภาคอุตสาหกรรมและการปล่อยมลพิษจากรถยนต์บนท้องถนนอันเนื่องมาจากการเติบโตด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแบบก้าวกระโดดของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับรุนแรง ทำให้หลายเมืองใหญ่ของจีนมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก จีนจึงเริ่มควบคุมคุณภาพอากาศอย่างจริงจังและใช้เทคโนโลยีพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือวิกฤตฝุ่นแบบครบทุกมิติ โดยเฉพาะการโฟกัสที่ต้นเหตุของปัญหา คือลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากรถยนต์ด้วยการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต่อมาจีนได้รับการยอมรับว่าเป็น Best Practice ในด้านนี้ในอีกหลายประเทศทั่วโลก

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement