กรมเจ้าท่า โดยสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กลุ่มสิ่งแวดล้อม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเรียกร้องค่าเสียหายเนื่องจากมลพิษน้ำมันจากเรือ พร้อมด้วยการประชุมประจำปีผู้ประสานงานของอนุภูมิภาคอ่าวไทย เรื่อง การแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเลเนื่องจากน้ำมัน ครั้งที่ 14 โดยมีนายสมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ฝ่ายวิชาการ เป็นประธานฯ พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20 – 23 เมษายน 2564

คุณสมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ตามที่ประเทศไทยได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเลในอนุภูมิภาคอ่าวไทย ร่วมกับประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม ภายใต้การสนับสนุนของ GFE/IMO Regional Program on Building Partnerships in Environment Management for the Seas of East Asia (PEMSEA) ในการให้ความร่วมมือระหว่างกันกรณีเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลขนาดใหญ่ในพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งได้มีพิธีลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างประเทศ กัมพูชา ไทย และเวียดนาม ในด้านการป้องกันและขจัดมลพิษทางทะเลเนื่องจากน้ำมัน เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2549 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

โดยสมาชิกแต่ละประเทศจะสับเปลี่ยนกันเพื่อเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมอย่างน้อย 1 ครั้ง และในปี พ.ศ. 2564 นี้ได้ถึงวาระที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม ครั้งที่ 14 ประจำปี ค.ศ.2021 แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค -19 จึงได้ทำการจัดประชุมร่วมกับผู้แทนหลักของประเทศสมาชิก ไทย เวียดนาม กัมพูชา ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดการเดินทางและหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จะประกอบไปด้วยวาระที่สำคัญได้แก่ ระบบชดเชยความเสียหายจากมลพิษน้ำมัน การเรียกร้องค่าทำความสะอาดการขจัดมลพิษและมาตรการป้องกัน การเรียกร้องความเสียหายต่อทรัพย์สินและความสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยประเทศสมาชิกที่เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้แทนประเทศไทยจะได้รายงานถึงสถานการณ์การดำเนินงานของประเทศสมาชิกในรอบปีที่ผ่านมา พิจารณาร่างคู่มือการใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมันในอนุภูมิภาคอ่าวไทย รวมถึงพิจารณาแผนการดำเนินงานในอนาคตร่วมกัน

ทั้งนี้ ผลการประชุมฯ สรุปได้ดังนี้

1)ทั้งสามประเทศมีกรอบกฎหมายสำหรับการเตรียมการป้องกันและขจัดมลพิษน้ำมันในประเทศตนเองได้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงและสถิติการเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล

2)ทั้งสามประเทศให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงและพัฒนาแผนการปฏิบัติงานขจัดคราบน้ำมันของประเทศตนเองเพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าจะสามารถปกป้องรักษาสภาพแวดล้อมของอ่าวไทยให้มีความยั่งยืนต่อไป

3)ทั้งสามประเทศให้คำมั่นว่าจะร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษน้ำมัน (แผนปฏิบัติการร่วม) สำหรับกรณีเกิดเหตุการณ์น้้ำมันหกรั่วไหลข้ามพรมแดน ในพื้นที่อ่าวไทย

4)องค์กรความร่วมมือภายใต้ IMO และพันธมิตร ได้แก่ PEMSEA, ITOPF, IOPC และ IG P&I Club ให้การรับรองว่าจะสนับสนุนกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคอ่าวไทย (ไทย กัมพูชา เวียดนาม) ต่อไป ทั้งด้านบุคลากร การฝึกอบรมให้ความรู้ และเครื่องมือป้องกันและขจัดมลพิษน้ำมัน

5)การประชุมฯ ครั้งต่อไป (ครั้งที่ 15) จะจัดให้มีขึ้น ณ เกาะฟูก๊วก (Phu Quoc) ประเทศเวียดนาม ในปี พ.ศ.2565 โดยกรมเจ้าท่า พร้อมให้การสนับสนุนและประสานความร่วมมือและระดมทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้บูรณาการร่วมกันในการขจัดมลพิษทางน้ำมัน ให้เกิดการทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

โดย…ยกล้อ

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement