หากลองสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าประเทศไทยของเรานั้น ไม่ว่าจะไปหนแห่งไหนก็ตาม เราก็มักจะเห็นยานพาหนะที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่างรถกระบะ หรือรถปิคอัพอ ยู่เสมอ เนื่องจากบ้านเรายังมีสภาพภูมิประเทศอันหลากหลาย ทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ แก่งน้ำ ซึ่งถนนหนทางในหลายพื้นที่ยังค่อนข้างทุรกันดาลอยู่พอสมควร ดังนั้น รถกระบะจึงถือเป็นที่คนไทยให้ความนิยมและสามารถตอบโจทย์กับผู้คนในทุกระดับเลยก็ว่าได้

ที่สำคัญรถกระบะยังสามารถนำมาทำเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ หรือรถที่ใช้ในการทำมาหากินได้อีกหลากหลายอาชีพ ซึ่งปัจจุบันมียังเต็นท์ขายรถกระบะมือสองที่เปิดขึ้นรองรับความกำลังซื้อกลุ่มคนที่ต้องการเอารถกระบะไปสร้างอาชีพกันอย่างมากมาย ดังนั้น BUS & TRUCK เลยอยากเปิดประเด็นให้เห็นถึงช่องทางทำมาหากินและสร้างตัวจากรถกระบะครับ ส่วนจะมีแนวทางไหนบ้างใน 10 หัวข้อ ไปตามอ่านกันได้เลย

(เรื่องที่เกี่ยวข้อง : เหตุผลที่คนใช้รถกระบะมากกว่ารถเก๋ง)

1.รับจ้างทั่วไป/ขนของย้ายห้อง/ย้ายบ้าน

หากคุณมีรถกระบะอยู่แล้ว อาจหารายได้เสริมด้วยการบริการรับจ้างขนของทั่วไป รับจ้างขนย้ายบ้าน รับจ้างขนย้ายสำนักงาน ขนย้ายคอนโด ซึ่งหากมีสกิลหรือความสามารถในถอดและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในสำนักงานของลูกค้าด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้มีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดให้ลูกค้าติดต่อจ้างงานได้มากกว่าเจ้าอื่นๆ แน่นอน2.รับผลไม้ตามฤดูกาลมาขาย

รับผลไม้ตามฤดูกาลมาขายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ไม่จำเป็นต้องลงทุนมาก เพราะมีผลไม้ให้เลือกมาขายได้ทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี และยังเป็นอาชีพอิสระ ทำเป็นงานเสริมได้ ยกตัวอย่าง เช่น รับซื้อผลไม้จากสวนแล้วนำไปตั้งแผงขายส่งตามตลาดใหญ่ๆ เมื่อขายหมดแล้วก็รับไปขายใหม่จนกว่าผลไม้จะหมดฤดูกาล หรืออาจซื้อผลไม้ตามฤดูกาลที่คนนิยมรับประทานใส่รถวิ่งขายตามหมู่บ้าน ตามตลาดนัด หรือย่านชุมชน วิธีนี้ใช้เงินลงทุนไม่มากมายและยังไม่ต้องจ่ายค่าเช่าแผงอีกด้วย  

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผลไม้ตามฤดูกาลซึ่งเป็นที่นิยม เช่น เงาะ, ทุเรียน, มะม่วง, องุ่น, ชมพู่, มังคุด, ส้ม, กล้วยไข่, กล้วยหอม, ฝรั่ง, ลองกอง, มะม่วง และลำไย เป็นต้น

3.ค้าขายตามตลาดนัด / งานอีเว้นท์

หากมีรถกระบะอยู่แล้ว “ตลาดนัด” หรืองาน “งานอีเว้นท์” ก็นับว่าเป็นการเปิดโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจในการขายของ และพัฒนาตัวเองในเรื่องของการขายได้ดี เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังคงนิยมเดินจับจ่ายใช้สอยตามตลาดนัด หรือเวลามีงานอยู่

การค้าขายแบบนี้จะให้ความเป็นอิสระกับตัวคุณ เพราะไม่ต้องคอยทำตามคำสั่งเจ้านายหรืออยู่ภายใต้บริษัท สำหรับคนที่มีงานประจำอาจเริ่มต้นหาเวลาว่างอย่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อทดลองขายดูก่อนก็ได้

4.รถสองแถวนำเที่ยว

รถแบบนี้ค่อนข้างถูกใจวัยรุ่น เพราะนอกจากจะได้ทำงานอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ตื่นเต้น สนุกสนานมีเครื่องเสียงคอยให้ความบันเทิงกับลูกค้าในระหว่างการเดินทางแล้ว เมื่อมีงานจ้างอื่นๆ อย่างงานบวช งานแต่งงาน หรืองานรื่นเริ่งต่างๆ ยังสามารถเอารถไปรับงานเหล่านี้ได้อีกด้วย

5.รถแห่โฆษณา

ไม่ต้องจบนิเทศน์ก็สามารถทำงานโฆษณาได้ !!! รถแห่ป้ายโฆษณา, รถแห่กระจายเสียง และรถแห่ประชาสัมพันธ์ สายงานแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นผู้อยู่ในวงการโฆษณาอย่างแท้จริง ซึ่งรถแห่โฆษณานี้เองที่เป็นผู้สร้างการรับรู้ และเป็นประตูในการนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการตอบสนองต่อสินค้าหรือแบรนด์ของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่งานวัดหรืองานปิดทองฝังลูกนิมิต ยิ่งบางช่วงที่มีการเลือกตั้งแล้วจะถูกดีลจ้างให้ขับรถแห่โฆษณาหาเสียงจากพรรคการเมืองหรือหัวคะแนนไปตามชุมชนต่างๆ เป็นแบบเหมาจ่ายมีรายได้หลายบาทเลยทีเดียว

 6.รถพุ่มพวงขายกับข้าว

 “กับข้าว มาแล้วครับ กับข้าว” แม้ปัจจุบันจะเห็นว่ารถขายอาหารสด หรือรถพุ่มพวงมีจำนวนมากขึ้น แต่อาชีพนี้รับรองว่ายังไงก็ไปต่อได้ ยิ่งมีสถานการ์ณไม่ปกติอย่างช่วงโควิด-19 แบบนี้ ยิ่งทำให้คนไม่อยากออกไปไหนและหันมาซื้อของผ่านรถขายมากขึ้น หากรู้จักการวิ่งเข้าหาแหล่งชุมชนหรือย่านที่พักอาศัย ก็จะสามารถทำรายได้จากรถพุ่มพวงแน่นอน

7.รถห้องเย็นขนส่นสินค้าควบคุมอุณภูมิ

ธุรกิจเกี่ยวกับคลังสินค้าห้องเย็นและการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ หรือ Cold Chain กำลังได้รับความต้องการเพิ่มขึ้นสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งการส่งสินค้าแช่เย็น และสินค้าแช่เเข็ง โดยในการขนส่งจะใช้รถขนส่งห้องเย็นแบบควบคุมอุณหภูมิโดยเฉพาะ ซึ่งจะรักษาอุณหภูมิของสินค้าให้คงที่ ไม่ว่าจะขนส่งของสด, ส่งอาหาร หรือ สินค้าอื่นๆ ก็สามารถควบคุมความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งหากใครที่มีกระบะอยู่แล้ว ก็สามารถเอารถของคุณไปทำเป็น “รถห้องเย็น” เพื่อไปรับงานวิ่งส่งสินค้าประเภทนี้ได้ เพราะนับว่าเป็นโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์ในการรักษาคุณภาพสินค้าให้คงเดิมมากที่สุด

8.รถฟู้ดทรัค

ทางเลือกนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งการเปิดโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจในการขายของ เพราะสามารถนำรถขายที่ไหนก็ได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับร้านการอาหารปกติ เราอาจเสียค่าเช่าที่หรือจองล็อค แต่ฟู้ดทรัคเราสามารถขับไปขายที่ไหนก็ได้ เช่นตามตลาดนัด งานอีเว้นท์ หรือสถานที่มีคนเยอะๆ จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องสัญญาเช่า ยิ่งถ้าเป็นของกินยิ่งมีโอกาสขายได้ง่าย เพราะอาหารเป็นสิ่งที่คนต้องกินเป็นประจำ

9.สมัครเป็นพาร์ทเนอร์กับแอปฯ ขนส่ง

ปัจจุบันมีเริ่มมีผู้พัฒนาแอปพลิเคชันหารถขนส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้วหลายเจ้า ซึ่งแอปฯ จะทำหน้าที่เหมือนตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับกับลูกค้า โดยพาร์ทเนอร์ผู้ขับจะต้องใช้แอปฯ วิ่งงานสำหรับผู้ขับโดยเฉพาะไว้รับงานจากลูกค้า ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบทั้งร่วมวิ่งงานเป็นครั้งคราวเพื่อหารายได้พิเศษ( Part-time)หรืออาจเป็นผู้ขับรถร่วมที่ประกอบอาชีพเป็นงานประจำไปเลย อันนี้ก็อาจขึ้นอยู่กับความสะดวกของเราด้วยว่าจะเอาแบบไหน ทั้งนี้ บางแอปฯ ยังมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ผู้ขับด้วย เช่น ประกันอุบัติเหตุ และสวัสดิการ อื่นๆ เป็นต้น

10.เปิดเต้นท์ขายรถกระบะมือสอง

ข้อสุดท้าย เหมาะกับคนที่มีทุนหนาขึ้นมาอีกหน่อย หากคุณมีความรอบรู้และเข้าใจคนใช้รถทำมาหากินในระดับเริ่มต้น คงทราบดีว่า การจะซื้อรถใหม่สำหรับบางคนที่เป็นผู้ประกอบการตัวเล็กๆ นั้นเป็นเรื่องที่ไกลเกินตัวจนเกินไป ดังนั้น คงเป็นเรื่องดีถ้าจะมีเต้นท์ขายรถมือสองที่ราคาไม่แรง แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานยังเต็มร้อยไม่แพ้รถใหม่ป้ายแดงที่ต้องใช้เงินดาวน์หรือผ่อนแพงๆ ไว้ให้พวกเขาเหล่านั้นใช้วิ่งงานสร้างตัวสักคันในราคาที่สามารถจ่ายได้

อ่านเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ BUS & TRUCK ยกตัวอย่างมาให้เห็นเพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม คุณควรพึงระวังไว้ว่าการการครอบครองรถคันหนึ่งนั้น จะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถด้วย ที่สำคัญถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จโดยใช้รถเป็นตัวขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็แล้วแต่ คุณต้องศึกษาหาความรู้อย่างรอบด้านเพื่อรู้จักวิธีป้องกันความเสี่ยงในการลงทุน และต้องมีการวางแผนที่ดีด้วย

 

หรือหากคุณมีรถบรรทุก ลองอ่านหัวข้อนี้ั

 

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement