หากจะเอ่ยถึงวงการผู้ผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทยโรงงานที่มีขนาดใหญ่และมีสินค้ามากมายรองรับความต้องการของลูกค้า คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าแบรนด์ PANUS เป็นผลผลิตแถวหน้าของคนไทยที่อยู่คู่เส้นทางขนส่งมากว่า 4 ทศวรรษ อาจจะคุ้นกันดีในเส้นทางขนส่งของสินค้าประเภทรถบรรทุกกึ่งพ่วงก้างปลาและพื้นเรียบที่มียอดขายอันดับ 1 ในทุกปี

คุณณัชชา วงศ์คำภู ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด (PANUS) เปิดเผยว่า นอกเหนือจากการทำตลาดในประเทศไทยแล้ว อีกบทบาทสำคัญที่ต้องก้าวหน้าเพื่อพัฒนาธุรกิจคือการรุกตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันทาง PANUS ได้เข้าไปเจาะกลุ่มในแถบเพื่อนบ้านนานพอสมควรไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา ซึ่งได้เริ่มแผนการตลาดแล้ว และได้รับความร่วมมือจากค่ายรถชั้นนำจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นตัวแทนจำหน่าย โดยสินค้าหลัก ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านก็จะมีตั้งแต่รถบรรทุกกึ่งพ่วงพื้นเรียบ รถบรรทุกดัมพ์ เนื่องจากกลุ่มเพื่อนบ้านกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนนหรืองานก่อสร้างขนาดใหญ่ด้วย

โดยแต่ละประเทศต่างให้ความสนใจสินค้าของ PANUS มากขึ้น โดยเฉพาะ สปป.ลาว ให้ความสนใจในสินค้าของ PANUS เพิ่มขึ้น และมียอดการส่งออกสูงกว่า 40-50% ส่วนประเทศเมียนมานั้น ก็มีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ยังไม่สูงเท่าไหร่นักซึ่งเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5-10% ในส่วนกัมพูชานั้น ยังคงทรงตัวและต้องเริ่มเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการมากขึ้นโดยขณะนี้สินค้าที่ได้รับความสนใจในประเทศกัมพูชาจะเป็น รถบรรทุกกึ่งพ่วงพื้นเรียบ และรถบรรทุกตู้ผ้าใบ

ในตลาด สปป.ลาว ที่ได้รับความสนใจในขณะนี้คือ รถบรรทุกตู้ผ้าใบ ซึ่งทาง PANUS ได้มีการดำเนินธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่คือ บ.เบียร์ลาว ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทประเภทเครื่องดื่มมีสินค้ามากมายและต้องใช้รถบรรทุกเพื่อการขนส่งเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้านั้นได้มีการสั่งรถบรรทุกตู้ผ้าใบไปทดลองใช้ก่อนแล้วและสามารถตอบโจทย์เรื่องการขนส่งได้เป็นอย่างดี จากเดิมการขนส่งใน สปป.ลาว ยังไม่ได้มองเรื่องภาพลักษณ์เท่าไหร่แต่ปัจจุบันทาง PANUS ได้มีการนำเสนอเรื่องรถบรรทุกตู้ผ้าใบซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในประเทศไทย เข้าไปเสริมเรื่องภาพลักษณ์ของการขนส่งให้มีความสะดวกรวดเร็วปลอดภัย บรรทุกได้เพิ่มมากขึ้น จนเป็นที่ยอมรับในขณะนี้ โดยมียอดการสั่งและส่งมอบไปแล้วกว่า 100 คัน และในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีกเนื่องจากเป็นสินค้าล๊อตแรกที่ทำการส่งมอบเท่านั้น”