การค้าชายแดนไทยไป สปป.ลาว และการค้าผ่านแดน สปป.ลาว ไปเวียดนามและจีน กล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบการค้าที่มีความสําคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากปริมาณสินค้าและมูลค่าการค้าระหว่างกันที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากปี 2559 มูลค่าการค้าชายแดนคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 85 ของมูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยกับ สปป.ลาว กัน โดยในปี 2557 มูลค่าการค้าเป็นการค้าชายแดนไทยไป สปป.ลาว คิดเป็นกว่า 1.2 แสนล้านบาท การค้าผ่านแดนไทยไปจีนตอนใต้ 2.1 หมื่นล้านบาท และเป็นการค้าผ่านแดนไทยไปเวียดนาม 2.2 หมื่นล้านบาท รวมเป็นมูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

ล่าสุด สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) หรือ NEDA จัดงานเสวนา “การพัฒนาและเชื่อมโยงการคมนาคม ท่องเที่ยว การค้าชายแดนไทยสปป.ลาว” ณ ร้านชิดลมชมกว๊าน จังหวัดพะเยา

คุณประสิทธิ์ สืบชนะ กรรมการบริหาร NEDA เปิดเผยว่า จังหวัดพะเยาถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสำคัญด้านการค้าชายแดนของประเทศ เป็นประตูสู่อินโดจีน มีแนวชายแดนติดต่อกับแขวงไชยะบุลี สปป.ลาว จากทิศใต้ ตั้งแต่อำเภอเชียงคำอำเภอภูซาง ติดต่อกับเมืองคอบ แขวงไชยะบุลี สปป.ลาว รวมระยะทาง 44 กม. โดยทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาช้านาน โดยประชาชนทั้งสองฝ่ายจะเดินทางไปมาหาสู่ติดต่อแลกเปลี่ยน และค้าขายสินค้าระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ยังมีจุดผ่อนปรนชายแดนไทยสปป.ลาว บริเวณบ้านฮวก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เพื่อผ่อนปรนการค้าขายและการสัญจรไปมาของประชาชนแนวชายแดนทั้งสองประเทศ

“NEDA เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและวิชาการในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับโครงการในประเทศเพื่อนบ้านในการเชื่อมโยงทางคมนาคมและเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงมายังประเทศไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษบกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ร่วมกัน”

ด้าน คุณเนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการ NEDA กล่าวว่า ขณะนี้ NEDA กำลังดำเนินโครงการปรับปรุงและก่อสร้างถนนช่วงบ้านฮวก จังหวัดพะเยาเมืองคอบเมืองเชียงฮ่อน และเมืองคอบบ้านก้อนตื่น สปป.ลาว ซึ่งเดิมทีนั้น ถนนมีลักษณะเป็นทางลูกรัง ใช้สัญจรจากด่านบ้านฮวกด่านบ้านปางมอญ ถึงเมืองคอบ ไปบ้านปากคอบ บ้านก้อนตื่น และจากเมืองคอบไปเมืองเชียงฮ่อน ซึ่งสภาพถนนจะเดินทางลำบากในหน้าฝน และมีด่านชั่วคราวที่บ้านปางมอญ ดังนั้น NEDA จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาปรับปรุงและก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับประโยชน์ที่ทั้ง 2 ประเทศจะได้รับ ประกอบด้วย 1.การเดินทางจากภาคเหนือตอนบนของไทยไปยังเมืองหลวงพระบางมีความรวดเร็ว และประหยัดเวลาการเดินทางมากขึ้ย สามารถเดินทางต่อไปยังประเทศจีน (คุนหมิง) และประเทศเวียดนาม (เดียนเบียนฟู) โดยใช้เส้นทางหมายเลข 3 และหมายเลข 4 2.เพื่อสนับสนุนให้การค้าชายแดนของไทยที่บริเวณบ้านฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยา และบ้านปางมอญ เมืองคอบ สปป.ลาว มีการขยายตัวและเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนมากขึ้น รวมถึงการลงทุนและการท่องเที่ยวในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง และ 3.ทำให้การเดินทางและขนส่งจากประเทศไทยเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ของ สปป.ลาว ได้สะดวก รวดเร็ว รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ประเทศ

 

ขณะที่ พันเอก ดร.ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ NEDA กล่าวว่า นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว ทาง NEDA ได้ให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในโครงการต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น จำนวน 72 โครงการ วงเงิน 15,730.47 ล้านบาท ประกอบด้วย ความช่วยเหลือทางการเงินในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนและเงินให้เปล่า เพื่อเป็นค่าใช้งานการดำเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างทางด้านพื้นฐาน จำนวน 23 โครงการ วงเงิน 15,466.28 ล้านบาท และความช่วยเหลือทางวิชาการในรูปแบบเงินให้เปล่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงการ รวมถึงการออกแบบสำหรับงานก่อสร้างของโครงการต่าง ๆ ด้วย จำนวน 16 โครงการ วงเงิน 244.00 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยจัดโครงการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ประเทศเพื่อนบ้านใน 33 โครงการ วงเงิน 20.19 ล้านบาท รวมมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้น จำนวน 407 คน