สนข.จัดสัมมนาหาแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าประเทศและใช้ทาง นำรายได้มาบำรุงรักษาถนน ยกระดับเป็นศูนย์กลาง ศก. ของภูมิภาคอาเซียน

คุณวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อแนะนำโครงการและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ครั้งที่ 1) โครงการศึกษาการจัดเก็บค่าผ่านทางรองรับการขนส่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อนำเสนอสาระสำคัญ วัตถุประสงค์ ขอบเขต การดำเนินการ แผนการดำเนินงาน ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับและผลกระทบด้านต่างๆ หากมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานกว่า 150 คน

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้เกิดการใช้เส้นทางหลวงภายในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบให้เส้นทางเกิดการชำรุดบ่อยครั้ง รวมถึงผลกระทบทางอ้อม เช่น การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ ปัญหาด้านมลภาวะสิ่งแวดล้อม ทำให้ประเทศไทยต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าบำรุงรักษาทาง และต้นทุนสภาพแวดล้อมมาโดยตลอด ในขณะที่ปัจจุบันสมาชิกอาเซียนบางประเทศมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าประเทศและการใช้ทางสำหรับนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศแล้ว การสัมมนาในวันนี้ จึงเป็นการเริ่มต้นเพื่อหาแนวทางการศึกษาการจัดเก็บค่าผ่านรองรับการขนส่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเพื่อนำรายได้มาบำรุงรักษาทางหลวงของประเทศไทย

ภายในงานมีการนำเสนอรูปแบบ วิธีการศึกษาโครงการ กรณีศึกษาการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในต่างประเทศผลกระทบจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและแนวทางการจัดเก็บเบื้องต้น โดย คุณสายัณห์ ไวรางกูร ผู้จัดการโครงการ จากนั้นได้มีการเสวนาในหัวข้อ “การจัดเก็บค่าผ่านพรมแดน : โอกาสและความท้าทาย ใครได้ ใครเสีย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย พันเอก ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง นายทหารปฏิบัติการ กองทัพบก ,รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา ผู้อำนวยการสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ นายวรทัศน์ ตันติมงคลสุข กรรมการคณะกรรมการ Logistics and Supply Chain สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

สำหรับปัจจัยในการคำนวณค่าธรรมเนียมบำรุงรักษาถนน ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ต้นทุนในการบำรุงรักษาค่าผ่านทาง ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม และต้นทุนด้านอุบัติเหตุ ซึ่งได้มีการศึกษาถึงแนวทางเลือกของระบบจัดเก็บค่าผ่านทางโดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบใช้พนักงาน (Manual Toll Collector System) 2.ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบอัตโนมัติ (Automatic Toll Collector System) 3.ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Toll Collection System)

นอกจากนี้ ยังนำเอาเทคโนโลยีด้านการจราจรอันทันสมัย มาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อให้การติดตามตรวจสอบยานพาหนะและดูแลรถขนส่งที่ข้ามพรมแดนมาสู่ประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ GPS Tracking System ระบบ CCTV เป็นต้น ส่วนการบริหารจัดการรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเบื้องต้น มี 3 แนวทางเลือก ประกอบด้วย ทางเลือกที่ 1 หน่วยงานรัฐปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและจัดส่งไปยังกองทุน ทางเลือกที่ 2 จัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อบริหารการจัดเก็บค่าผ่านทาง ทางเลือกที่ 3 ให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บแทนหน่วยงานของรัฐ

ทั้งนี้ ผลจากการศึกษาจะถูกนำมาใช้เป็นแนวทาง ในการดำเนินโครงการให้สมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งไม่เพียงช่วยรัฐประหยัดงบประมาณและลดภาระในการซ่อมบำรุงทางของประเทศได้แล้ว ยังสามารถติดตามตรวจสอบ ควบคุมปริมาณรถยนต์จากประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน มีความเป็นสากลและปลอดภัยมากขึ้น เป็นการยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในอนาคตอย่างยั่งยืน