การขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านถนนที่ไม่สามารถมองเห็นหรือเดินผ่านได้ หรือถนนที่มีน้ำท่วมขังสูงกว่ากึ่งกลางของล้อรถ และควรตรวจสอบว่ารถของคุณสามารถขับขี่ผ่านระดับน้ำได้สูงเท่าใด อีกทั้งน้ำท่วมขังจะบังสิ่งกีดขวางที่อยู่บนถนนซึ่งผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็น ดังนั้นถ้าคุณต้องขับขี่ผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังขอให้แน่ใจว่าคุณขับอยู่บนถนนและถนนไม่มีความเสียหายใด ๆ ขณะเดียวกันควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับขี่บนถนนที่ไม่คุ้นเคยเนื่องจากอาจมีหลุมที่ลึกเกินกว่าที่รถจะผ่านไปได้ ผู้ขับขี่สามารถจอดรถและสังเกตรถคันอื่นว่าสามารถขับผ่านไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

หากขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ควรขับรถบนกึ่งกลางหรือใกล้กับกึ่งกลางของถนน เนื่องจากระดับน้ำจะต่ำที่สุด ใช้เกียร์ต่ำและรอบเครื่องยนต์สูง ใช้เกียร์หนึ่งหรือเกียร์ “L” ขึ้นอยู่กับประเภทของเกียร์ ควรรักษาความเร็วให้คงที่ ไม่ควรถอนคันเร่งเนื่องจากเครื่องยนต์ที่ลดความเร็วจะทำให้น้ำไหลเข้าสู่ท่อไอเสียและสร้างความเสียหายต่อแคตทาไลติก คอนเวอร์เตอร์ นอกจากนี้ควรขับรถด้วยความเร็วต่ำมาก เพื่อไม่ให้ที่กรองอากาศด้านหน้ารถดูดน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ ถ้าน้ำไหลเข้าสู่ท่อไอเสียหรือเครื่องยนต์จะส่งผลเสียรุนแรงและมีค่าซ่อมแซมสูง

ในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ขับรถเข้าสู่ถนนด้วยความเร็วไม่เกิน 3 กม./ชม. และเพิ่มความเร็วเป็น 6 กม./ชม. เมื่อต้องขับผ่าน ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นน้ำด้านหน้าและลดระดับน้ำโดยรอบห้องเครื่องยนต์ลง ช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลเข้าสู่ที่กรองอากาศและสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ถ้าใช้ความเร็วมากกว่านี้จะทำให้น้ำไหลผ่านกระจังหน้าเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ได้

ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอสมควรหรือขับรถผ่านน้ำท่วมขังทีละคัน เพื่อป้องกันการหยุดรถกลางถนนถ้ารถคันหน้าชะลอความเร็ว ควรระมัดระวังว่าไม่มีรถที่ขับมาจากเส้นทางอื่นเนื่องจากคลื่นของน้ำอาจท่วมรถได้ โดยเฉพาะถ้ารถคันอื่นใช้ความเร็วสูงเกินไป

เมื่อขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ควรย้ำเบรกอย่างนุ่มนวลเป็นระยะ หากผู้ขับขี่มีทักษะสามารถใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรกได้ เมื่อรู้สึกว่าเบรกจับตัวแล้วให้กลับมาขับขี่ตามปกติ ควรจอดรถเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีขยะ เช่น ถุงพลาสติกหรือเศษสิ่งของอื่น ๆ ติดอยู่ที่กระจังหน้าหรือหม้อน้ำ

ขอให้ตระหนักว่าน้ำท่วมขังที่สูง 15 ซม. จะถึงระดับใต้ท้องรถยนต์นั่งบางคัน ขณะที่รถยนต์นั่งส่วนใหญ่จะเริ่มลอยตัวในระดับน้ำ 30 ซม. ส่วนระดับน้ำ 60 ซม. จะทำให้รถส่วนใหญ่ซึ่งรวมถึงเอสยูวีลอยตามน้ำไปได้โดยไม่เกี่ยวกับความเร็วของกระแสน้ำแต่อยู่ที่กำลังและปริมาตร จึงไม่ควรเสี่ยงขับรถผ่านระดับน้ำที่สูงมากดังกล่าว

ไม่ว่าจะขับขี่ภายใต้สภาพอากาศแบบใดก็ตาม ผู้ขับขี่ควรมองถนนตลอดเวลา และระมัดระวังในการขับขี่ให้ดี เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนสำหรับตัวคุณเองและคนรอบข้างด้วย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement