จากกรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าการจัดจ้างงานจ้างเหมาบำรุงรักษา ระบบควบคุมการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ระบบอำนวยการจราจร ระบบไฟฟ้าและโครงข่ายสื่อสารข้อมูลหลัก โดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง เกิดความไม่โปร่งใสนั้น

กรมทางหลวง ได้ชี้แจงว่า งานจ้างเหมาบำรุงรักษาฯ ดังกล่าวเป็นงานด้านเทคนิคที่มีความซับซ้อนเชื่อมโยงหลายระบบและต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบำรุงรักษาและรับประกันอุปกรณ์ในระบบหลักและระบบสำรองของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการดำเนินการเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางและอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการจราจรแก่ผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง มีโอกาสชำรุดเสียหายสูง เนื่องจากมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องทุกวัน หากเกิดชำรุด เสียหาย จำเป็นต้องเข้าทำการแก้ไข ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนในทันที เพื่อให้มีความสมบูรณ์ ถูกต้องแม่นยำอยู่เสมอ

หากระบบมีปัญหาไม่สามารถดำเนินการตามปกติ จะทำให้ระบบจัดเก็บเงิน ระบบตรวจสอบรายได้ และระบบอำนวยความปลอดภัยด้านจราจรไม่สามารถทำงานได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายและ มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพประสิทธิผลในการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการให้บริการประชาชน การอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการจราจร การกู้ภัย การตรวจสอบความถูกต้องในการจัดเก็บค่าธรรมเนียม

ด้วยเหตุดังกล่าว จึงจำเป็นต้องจัดหาตัวผู้รับจ้างที่มีความพร้อมในการบริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องคัดเลือกผู้รับจ้างโดยใช้เกณฑ์ราคาและพิจารณาเกณฑ์อื่นประกอบ โดยเลือกใช้ข้อเสนอด้านเทคนิค การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price performance) ซึ่งเป็นวิธีดำเนินการเช่นเดียวกับที่ผ่านมา การพิจารณาตัดสินจึงต้องใช้คะแนนรวม ดังนั้น ผู้เสนอราคาที่ชนะการประกวดราคาจึงอาจไม่ใช่ผู้เสนอราคาต่ำสุด

สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือก กรมทางหลวง โดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้กำหนดเกณฑ์คุณภาพไว้ทั้งหมด 5 เกณฑ์คุณภาพ พร้อมได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณาย่อยในการให้คะแนนของแต่ละคุณภาพไว้แล้ว (ทั้งหมด 12 เกณฑ์คะแนนย่อย) ซึ่งกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้จัดให้มีการเผยแพร่เพื่อให้สาธารณชนเสนอแนะวิจารณ์ร่างขอบเขตงานที่จะทำการจัดจ้าง ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2564 ผลการเผยแพร่ให้สาธารณชนเสนอแนะวิจารณ์ ปรากฎว่าไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอแนะ วิจารณ์ และทักท้วงร่างขอบเขตงาน โดยในขั้นตอนการประกวดราคามีผู้ซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 8 ราย ผู้ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา จำนวน 3 ราย ได้แก่ กิจการร่วมค้า 4 เอสเอฟ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)  บริษัท จีเนียส ทราฟฟิค ซีสเต็ม จำกัด

คณะกรรมการพิจารณาผลฯ ได้ตรวจสอบเอกสารข้อเสนอทางด้านเทคนิคและการประเมิน ค่าประสิทธิภาพต่อราคาของผู้ยื่นข้อเสนอปรากฏว่าถูกต้องครบถ้วน จำนวน 3 ราย  โดยกิจการร่วมค้า 4 เอสเอฟ ได้คะแนนรวมสูงสุด  90.90 คะแนน บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ได้คะแนนรวม 85.25 คะแนน บริษัท จีเนียส ทราฟฟิค ซีสเต็ม จำกัด ได้คะแนนรวม 82.15 คะแนน หลังจากนั้น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ แจ้งให้กิจการร่วมค้า 4 เอสเอฟ ซึ่งได้คะแนนรวมสูงสุด (เป็นผู้ชนะ) ปรับลดราคาและยืนยันราคา โดยที่กิจการร่วมค้า ได้ปรับลดราคา เป็นเงินทั้งสิ้น 238,800,000 บาท คณะกรรมการพิจารณาผลฯ พิจารณาราคาที่กิจการร่วมค้าฯ ปรับลดมาแล้ว เห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ สมควรรับราคาของกิจการร่วมค้า 4 เอสเอฟ ไว้ดำเนินการ

บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแต่ไม่เป็นผู้ได้คะแนนรวมสูงสุด มีหนังสือขออุทธรณ์ผลการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว มายังคณะกรรมการพิจารณาผล เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564 ซึ่งปัจจุบัน กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองอยู่ระหว่างพิจารณาและวินิจฉัยคำอุทธรณ์ดังกล่าวภายใน 7 วันทำการ โดยหากผลการพิจารณาไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ของบริษัทฯ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จะเร่งรายงานความคิดเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 119 เพื่อพิจารณาผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ก่อนการลงนามในสัญญากับผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต่อไป เมื่อได้รับการแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน เป็นประการใด กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะดำเนินการตามนั้นต่อไป

 

 

Advertisement