นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหาร และหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานี และตรวจเส้นทางโครงข่ายการคมนาคมที่ได้รับความเสียหาย ในวันที่ 21 ตุลาคม 2564 โดยมี นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และประชาชนให้การต้อนรับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า จากเหตุอุทกภัยที่มีฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ทำให้โครงข่ายคมนาคมและเส้นทางสัญจรได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการเดินทางในหลายพื้นที่ ด้วยความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน ได้เดินทางลงพื้นที่อุทกภัย เพื่อให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพบริเวณทางหลวงชนบท สายทาง อย.3011 อย.3020 วัดทำใหม่ ตำบลปากกราน บ้านคลองตะเคียน ตำบลบ้านคลองตะเคียน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างขยายช่องทางจราจร ทางหลวง หมายเลข 3056 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และบริเวณทางหลวงหมายเลข 3309 ที่ว่าการอำเภอสามโคก และวัดพลับสุทธาวาส จังหวัดปทุมธานี พร้อมทั้งรับฟังปัญหา แนวทางการแก้ไข และติดตามการดำเนินงานต่าง ๆ ของหน่วยงานในพื้นที่ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยสถานการณ์ปัจจุบันสายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ ดังนี้

โครงข่ายทางหลวง ได้แก่

  1. ทล.347 บางกระสั้น – บางปะหัน พื้นที่ อำเภอพระนครศรีอยุธยาช่วง กม. ที่ 40
  2. ทล.3263 อยุธยา – ไผ่กองดิน พื้นที่ อำเภอบางบาล ช่วง กม. ที่ 10และ กม.ที่ 11

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3056 สาย ต.บ้านหว้า – อ.ภาชี ตอน 1 ระหว่าง กม. 0+000.000 – 5+523.000 ระยะทางประมาณ 5.523 กิโลเมตร ขยายจาก 2 ช่อง จราจร เป็น 6 ช่องจราจร และโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3056 สาย ต.บ้านหว้า – อ.ภาชี ตอน 2 ระหว่าง กม. กม.15+132.067 – กม.22+882.067 (ใหม่) หรือ กม.8+900.000 – กม.16+650.000 (เก่า) ระยะทางยาวประมาณ 7.750 กิโลเมตร ขยายจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผน เปิดใช้ได้ ภายใน ก.ย. 65 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความจุถนนแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคกลาง สนับสนุนโลจิสติกส์ภายในประเทศทำให้การคมนาคมขนส่งมีความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น

โครงข่ายทางหลวงชนบท ได้แก่

1.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีโครงข่ายทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ 9 เส้นทาง แบ่งเป็น สัญจรผ่านได้ 7 เส้นทาง สัญจรผ่านไม่ได้ 2 เส้นทาง เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูง คือ บริเวณเชิงลาดคอสะพานวัดอินทาราม (อย.026) อ.บางบาล และสะพานข้ามแม่น้ำน้อย (อย.019) อ.เสนา ได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง และจัดเตรียมอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชน โดยสายทางที่น้ำลดแล้วจะเร่งการออกแบบซ่อมแซมบนหลักการป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ส่วนสายทาง อย.3011 แยก ทล.347 – บ้านโคก อ.บางปะอิน บางไทร บางบาล เป็นสายทางที่เป็นแนวคันกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 บางช่วงจึงมีการนำดินมาทำเป็นคันกั้นน้ำ เพื่อให้ประชาชนกว่า 16 ตำบล 1,514 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวสามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้

2.จังหวัดปทุมธานี มีโครงข่ายทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบ 2 เส้นทาง เข้าสู่ภาวะปกติแล้วทั้ง 2 เส้นทาง ปัจจุบันยังไม่พบความเสียหายโดย ทช.จะเข้าดำเนินการสำรวจออกแบบเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูต่อไป

ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้ ทล. ทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการซ่อมแซมฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย เตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนน ได้แก่ ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำ จุดให้บริการประชาชน รถ Mobile Service จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ สะพานเบลีย์ เครื่องจักร ยานพาหนะ เพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้น เช่น กรณีถนนหรือสะพานขาดได้อย่างรวดเร็ว ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และฝากความห่วงใยต่อชาวบ้านในเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. นี้ พร้อมสั่งการให้ ทล. เร่งดำเนินโครงการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง สาย ทล. 3309 กม. 19+700 – 34+195 ตอน บางกระสั้น-ศูนย์ศิลปชีพบางไทร-บางพูน โดยเป็นการขยายช่อง จราจร 2 ช่อง จราจร เป็น 4 ช่องจราจร ไหล่ทางกว้าง 2.5 เมตร ด้วยงบประมาณ 850 ล้าน โครงการบูรณะผิวทางแอสฟัลต์ ทล.347 ตอน แยกเทคโนปทุมธานี – ต่างระดับเชียงรากน้อย กม.0+500 – 12+300 รวมทั้งหมด 6 ตอน เป็นงบประมาณทั้งสิ้น 255,000,000 บาท โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ทล.3591 ตอน เชียงรากน้อย – วัดเชียงรากน้อย – คลองเชียงรากน้อย กม.0+000 – 2+086 งบประมาณ 40,000,000 บาท และกำชับ ทล. ทช. ดำเนินการออกแบบสายทางที่คำนึงถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ รวมถึงต้องคำนึงถึงยกระดับถนนเพื่อป้องกันน้ำท่วมก่อนช่วงฤดูฝนปี 2565 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement