เมื่อปี 2559 ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ออกกฎหมายให้บรรดารถโดยสารสาธารณะ ต้องติด GPS เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารภายในรถ โดยรถโดยสารจะต้องทยอยติด เริ่มจากปี 2559 สิ้นสุดปี 2562

แต่ด้วยราคาของ GPS รวมถึงเครื่องรูดบัตรของคนขับมีราคาที่สูงมาก ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารเริ่มลดน้อยลง บรรดารถโดยสารที่วิ่งไม่ประจำทางจึงเริ่มคัดค้านด้วยการไม่ทำตามที่กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดมา ซึ่งมีความผิดที่หนักเกินกว่าจะรับไหว จึงต้องรวมตัวกันมาประท้วงเพื่อความอยู่รอด

ด้วยในแต่ละจังหวัดจะมีชมรมรถทัวร์ได้รวมตัวกันตั้งเป็นชมรม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง สร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการ จึงได้รวมตัวกันให้ทางสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เป็นตัวแทน เข้าพบกับหน่วยงานราชการเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

อย่างเรื่องการติด GPS นั้น หากเจ้าหน้าที่ของทางราชการตรวจพบว่ารถทัวร์ 30 ไม่ติด GPS หรือคนขับไม่รูดการ์ดเพื่อแสดงว่าทำงานอยู่ก็จะถูกปรับ ซึ่งถือว่าโทษหนักมากเพราะคนขับและเจ้าของรถทัวรืก็ต้องเสียค่าปรับพร้อมกัน แต่เมื่อแสดงหลักฐานต่าง ๆ ให้ทางราชการดูก็ได้เปลี่ยนจากการปรับมาเป็นใบแจ้งเตือนแทน เพื่อให้เวลากับบรรดาเจ้าของรถทัวร์ได้ทำการติดตั้ง GPS และเตือนให้คนขับรูดบัตรจนถึงต้นปี 2561

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องการเสียค่าปรับ ซึ่งคนขับรถทัวร์ 30 ทำผิดมาก่อนหน้า แต่เดิมที่ทำผิดในจังหวัดใดก็ต้องไปจ่ายในจังหวัดนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก เพราะงานวิ่งของรถทัวร์ 30 จะไม่วิ่งประจำทาง วิ่งผ่านมาแล้วก็จะผ่านเลยไป จึงทำให้มีความผิดหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่ยอมไปเสียค่าปรับ เมื่อนำไปร้องเรียนให้กับกรมการขนส่งทางบกได้ทราบ จึงจะทำการเปลี่ยนกฎระเบียบใหม่ เมื่อคนขับได้รับใบสั่งจากจังหวัดใดก็ตามก็สามารถไปเสียค่าปรับได้ที่ขนส่งในจังหวัดอื่นได้ เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้กระทำผิด ที่ง่ายแก่การกลับตัวมาเป็นคนทำถูกกฎหมาย

แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกกำหนดวันของการใช้งานที่แน่นอน ต้องรอให้หน่วยงานราชการทำงานให้เรียบร้อยและกำหนดวันที่แน่นอนออกมาก่อน แล้วทาง สปข. จะแจ้งไปยังสมาชิกทุกรายให้ได้ทราบกัน