รถแห่กาแฟสด ชัยนาท

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างที่ทราบกันว่ามันสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกวงการ ทุกสาขาอาชีพ อย่างกลุ่มธุรกิจบันเทิง ผับบาร์ หรือแม้แต่รถแห่ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจบันเทิงที่มาแรงที่สุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่าหลายรายต่างก็ล้มละลายไปตามๆ กัน

แต่ในเมื่อเรายังไม่อาจกำจัดเจ้าเชื้อไวรัสนี้ให้หายไปจากโลกได้ ทางรอดของผู้เป็นเจ้าของธุรกิจหรือหัวหน้าวงในตอนนี้ คือต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะหารายได้จากทางไหนเข้ามาทดแทนรายได้หลักที่หายไปในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา และแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะมีท่าทีที่อ่อนลง และคนในประเทศเราก็ได้รับการฉีดวัคซีนไปเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรที่มีอยู่ในประเทศแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาชีพทุกอาชีพจะสามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติเหมือนเมื่อก่อน นั่นจึงเป็นเหตุผลให้หลายคนอัพสกิลการเอาตัวรอดด้วยการทำอาชีพที่ 2 ตามมาด้วย

ล่าสุด ทีมงาน BUS & TRUCK มีโอกาสเดินทางผ่านถนนสายเอเชียและได้พูดคุยกับคุณจักรพันธ์ โมรา อายุ 33 หรือ “บอย พลาซ่า” เจ้าของวงดนตรี และธุรกิจให้เช่าเวที-เครื่องเสียง ที่มีชื่อเสียงและเป็นขวัญใจชาวชัยนาทกันมานานนับ 10 ปี แต่พอหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว งานที่เขาเคยมีก็ต้องถูกยกเลิกไปอย่างน่าเศร้าเพราะสิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เขารักและสร้างรายได้ให้เขา จนเป็นทุกอย่างในชีวิตเลยก็ว่าได้

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเขาทำธุรกิจวงดนตรี บริการเครื่องเสียง เวทีให้เช่า มานับนานกว่า 10 ปี จนมาช่วงปี 62 กระแสรถแห่ได้รับความนิยมมาก จึงตัดสินใจนำรถที่ใช้บรรทุกเครื่องเสียงเวที มาดัดแปลงเป็นรถแห่ดนตรีสด ด้วยแนวคิดที่ว่ารถในภาคกลางมีน้อยมาก น่าจะได้การตอบรับที่ดี และต่อมาไม่นานในช่วงกลางปีนั้นก็มีเจ้าภาพจองคิวงานรถแห่เข้ามาเยอะมาก จนมีคิวงานยาวข้ามปีเลยทีเดียว

พอมาถึงต้นปี 2563 สถานการณ์โควิดเริ่มระบาดหนักขึ้น หลายที่มีล็อกดาวน์ จึงทำให้คิวงานในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน กว่า 50 งานถูกสั่งให้งดและยกเลิกในทันที จนช่วงกลางปีต้องยอมตัดสินใจขายรถแห่ที่พึ่งสร้างมาได้เพียงปีเดียวออกทั้งหมด และยอมเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น

หลังจากสถานการณ์โควิดในช่วงปลายปี 2563 เริ่มคลี่คลายและเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ประกอบกับยังรักและศรัทธาในธุรกิจรถแห่ เขาจึงได้ตัดสินใจดาวน์รถหกล้อคันใหม่ป้ายแดง เพื่อกลับมาทำรถแห่อีกครั้ง เพื่อให้ทันงานจ้างในฤดูกาลรับงานในปี 2564 ซึ่งจากชื่อเสียงที่มีมาก่อนแล้วในละแวกนั้น ก็ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและได้รับงานหลายสิบงานในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง

(เรื่องที่เกี่ยวข้อง “รถแห่” หนึ่งในธุรกิจบันเทิงเคลื่อนที่ ในวันที่มีผลกระทบจากโรคโควิด-19 )

แต่จนแล้วจนรอดเมื่อกำลังจะผ่านเดือนเมษายน 2564 ประเทศไทยเริ่มกลับมาเจอกับสถานการณ์โควิดที่ระบาดและติดเชื้อง่ายกว่าเดิมกว่าทุกระลอก เกิดเหตุการณ์เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลไม่พอจนออกข่าวให้เห็นกันเป็นประจำ ส่งผลให้คิวงานงานรถแห่ของเขาที่ถูกจองไว้ถูกยกเลิกอีกครั้ง แต่คราวนี้หนักกว่าปี 2563 ที่ผ่านมาคือ ด้วยความที่เป็นรถใหม่จึงต้องมีค่างวดที่จะต้องจ่ายเพิ่มหลายหมื่นบาท แต่ในทางรายรับกลับกลายเป็นศูนย์

แม้จะลองพยายามประคับประคองหารายได้จากงานอื่นเพื่อมาจ่ายค่างวด ในระหว่างที่ยังอยู่กับความหวังว่าอีก 2-3 เดือนสถานการณ์จะดีขึ้น ค่อยกลับมาออกงานได้อีกครั้งก็แล้ว แต่ก็ไม่เป็นไปตามคาด เพราะเงินที่เก็บสำรองไว้เริ่มใกล้หมดเต็มที ความหวังที่มีเริ่มริบหรี่เพราะสถานการณ์ในประเทศขณะนั้นเองก็มียอดผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น จากหลักพัน สู่หลักหมื่น จนนำไปสู่การเสียชีวิตหลายร้อยคนต่อวัน

จนมาปรึกษากับแฟนว่าอยากเปิดร้านกาแฟสด โดยเอารถแห่ที่มีอยู่มาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย เพื่อนำมาดึงดูดความสนใจ จึงตัดสินใจเริ่มเรียนทำกาแฟ และเครื่องดื่ม พร้อมกับพัฒนาฝีมือในการชงให้เข้าที่เข้าทาง จนนำมาสู่การเปิดร้านเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

“ปกติผมเป็นคนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว เวลาออกงานแห่ก็จะแวะซื้อกาแฟติดรถไปในทุกๆ งาน ตอนมีรถแห่คันเก่าก่อนที่จะขายไปก็คิดไว้ก่อนแล้วว่าถ้าขายไม่ได้ ก็น่าจะเอามาดัดแปลงใช้ขายของ แต่จะตอนนั้นก็ยังคิดไม่ออกว่าจะขายอะไรดี ก็เลยไม่ได้ทำและในที่สุดก็ขายรถออกไปก่อน

แล้วหลังจากนั้นผมก็คิดได้ว่า “กาแฟ” กับ “รถแห่” คำมันคล้องจองกันดี จะเอารวมกันเป็นแบบไหนก็ได้ ทั้ง “รถแห่กาแฟสด” หรือ “กาแฟสดรถแห่” แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าจังหวัดชัยนาท เป็นจังหวัดที่มีร้านกาแฟเยอะมาก และพอมีรถคันใหม่ เราก็ว่าแผนล่วงหน้าไว้แล้วว่านอกจากจะทำรถแห่แล้ว เราต้องออกแบบรถให้สามารถดัดแปลงเป็นคาเฟ่เล็กๆ ได้” คุณบอยกล่าว

จอดขายที่นี่ ผลตอบรับดีเกินคาด

ตอนนี้ที่จอดขายประจำหลักๆ จะอยู่ตรงข้ามป้อมตำรวจสามแยกไฟแดงวังกระชาย อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท (เลยบึงฉวากมาทางชัยนาท 10 กม.) เริ่มขายตั้งแต่เวลา 7.30-16.00 น. ทุกวัน ซึ่งก็มีลูกค้าให้การตอบรับดีมาก จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้แค่วันละ 50 แก้ว ปรากฏว่าทุกวันนี้ขายได้ถึงวันละ 80-150 แก้ว ทั้งนี้ อาจจะออกนอกสถานที่บ้างตามโอกาส เพราะบางครั้งมีลูกค้าเหมาไป เช่น งานอีเว้นท์หรือจัดเลี้ยง กิจกรรมตามหน่วยงาน และทำโรงทานตามงานวัด เป็นต้น 

คันแรก แตกต่าง สร้างจุดเด่น

คุณบอยระบุว่า “รถแห่กาแฟสด” คงเป็นรถแห่คันแรกในประเทศไทย หรือคันแรกในโลก ที่ประยุกต์เอารถแห่เป็นจุดเด่นมาทำเป็นร้านกาแฟเพื่อใช้ในการดึงดูดลูกค้า และแม้ว่ารถแห่ในประเทศไทยจะมีหลายร้อยคันก็จริง แต่ถ้าคิดจะเลียนแบบทำเป็นร้านกาแฟแบบนี้ โดยไม่ได้ออกแบบเผื่อไว้ก่อนก็คงเป็นไปได้ยาก ส่วนใครที่คิดจะลงทุนเพื่อมาขายกาแฟโดยเฉพาะแบบนี้ ก็คงจะได้ยากอีกเหมือนกันเพราะมันไม่คุ้มกับการลงทุน แต่สิ่งที่ตนทำนั้นคือเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วเอามาต่อยอด เลยทำได้ง่ายและลงทุนเพิ่มไม่เยอะ

“เนื่องจากรถที่ผมใช้ทำเป็นร้านกาแฟนี้ เป็นรถแห่ที่ใช้ออกงานบวช งานแต่ง งานจ้างทั่วไป อยู่แล้ว และตอนแรกที่สร้างและออกแบบขึ้นมานั้น ผมได้ออกแบบและคิดเผื่อไว้ล่วงหน้าแล้ว หากช่วงไม่มีงานเราก็สามารถปรับเปลี่ยนมาขายของได้โดยแค่ยกเค้าเตอร์ขึ้นรถเท่านั้น แต่ช่วงแรกที่เปิดขายเป็นช่วงโควิดกำลังระบาดหนักเราก็ใช้แผ่นพลาสติกใสป้องกันอย่างมิดชิดตามแนวมาตรการสาธารณสุข พร้อมทั้งมีเจลแอลกอฮอล์ให้ลูกค้าใช้ล้างมือ ซึ่งก็นับว่าร้านเรามีความปลอดภัยเนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่เปิด อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก ลูกค้าเลยไม่ต้องกังวลถึงความเสี่ยง และไม่รู้สึกถึงความแออัด”

รสชาติไม่ธรรมดา กับราคาไม่แพง

สำหรับใครมีโอกาสมาแถวนี้ก็อยากให้ลองแวะชิม “รถแห่กาแฟสด” อยู่ริมถนน จอดรถรถง่าย กินได้ในราคาเริ่มแค่ 25-35 บาท ฟังจากปากลูกค้าหลายรายก็ต่างพูดเหมือนกันว่าคุ้มค่ามาก ซึ่งนอกจากราคาที่ไม่แพงแล้ว รสชาติก็ไม่ธรรมดาแน่นอนครับ เนื่องจากมีการคัดสรรค์วัตุดิบและเมล็ดกาแฟคุณภาพ เกรดดีๆ เพราะสภาวะอย่างนี้เขาเลยอยากให้ลูกค้าได้ลองได้รับสิ่งดีๆ ในราคาที่สามารถจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน

“ที่เราขายไม่แพง หรือขายถูกได้ เพราะเราใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว เลยไม่ได้ใช้ต้นทุนอะไรเพิ่มเยอะมาก สิ่งที่ทำอยู่ก็กำไรไม่เยอะ แค่อยากให้ลูกค้าที่มีโอกาสแวะมาชิมเปลี่ยนเป็นลูกค้าประจำ และนึกได้ทุกครั้งว่าถ้าผ่านถนนเส้นนี้ต้องไม่พลาดที่จะแวะร้าน “รถแห่กาแฟสด”

ส่วนงานรถแห่ก็ขอฝากเอาไว้ด้วยนะครับ (เพจ รถแห่ดนตรีสด รถแห่เช่า ชัยนาท )รถอยู่ภาคกลาง หากเป็นงานจ้างในโซนนี้เราก็คิดราคาไม่แพง และถ้าสถานการณ์ดีขึ้นแล้วสามารถออกให้ความบันเทิงได้ เราก็พร้อมรับงานแห่เป็นหลักเหมือนเดิมเพราะยังเป็นงานที่เรารัก แต่ถ้าช่วงไหนไม่มีงานยาวติดต่อกันหลายวัน ก็จะกลับมาขายกาแฟเหมือนเดิม”

ทำด้วยใจ “มากกว่ากำไร คือการตลาด”

คุณบอย พูดทิ้งท้ายกับเราว่า จากพิษโควิดที่เกิดขึ้น คงไม่มีใครที่ไม่มีผลกระทบ อยู่ที่แต่ละคนจะปรับตัวอย่างไร อยากให้ทุกคน ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ปัญหา เอาความถนัดหรือสิ่งใกล้ตัวที่มีอยู่ออกมาใช้ และต้องอาศัยความกล้า กล้าที่จะลอง กล้าที่จะตัดสินใจด้วย

“สำหรับผมถึงแม้กำไรในการขายกาแฟมันมากจะพอ หรือไม่พอจ่ายค่างวดรถก็ตาม แต่ก็คงดีกว่าอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่มีรายรับเข้ามาเลย ซึ่งนอกจากรายได้จากการขายกาแฟแล้ว คือมันยังทำให้คนรู้จัก ‘รถแห่กาแฟสด’ มากขึ้น เผื่อวันข้างหน้าสถานการณ์ดีขึ้น ลูกค้าที่เคยซื้อกาแฟอาจจะเป็นเจ้าภาพจ้างไปเล่นในงานบวช งานแต่ง หรืองานสังสรรค์ต่างๆ ก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ‘มากกว่ากำไร คือการตลาด’ ครับ”

เรื่องที่น่าสนใจ

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement