สหพันธ์การขนส่งทางรถบรรรทุกแห่งอาเซียน (ATF) จัดการประชุมสามัญประจำปี 2017 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 ณ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมีสมาชิกและผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมกว่า 200 คน จาก 10 ประเทศ ต้อนรับสมาชิกใหม่ 2 สมาคมจากประเทศฟิลิปปินส์ มติที่ประชุมเร่งเดินหน้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กระชับความสัมพันธ์ภายใน วางรากฐานการขยายองค์กร และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก

จากการประชุมสามัญประจำปี 2017 ของสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน (ASEAN Trucking Federation) หรือ ที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ATF มีสมาชิก และ องค์กรต่าง ๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนมากกว่าการประชุมประจำปี 2016 ที่จัดขึ้น ณ กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย กว่า 3 เท่าตัว โดยมีสมาคมและบริษัทที่เป็นสมาชิกของ ATF ะชุมประจำปี 2016 ที่จัดขึ้น ณ กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย กว่า 3 เท่าตัว โดยในจำนวนนี้ มีสมาคมที่เป็นสมาชิกของ ได้แก่

  1. Cambodia Freight Forwarder’s Association (CAMFFA)

  2. Cambodia Trucking Association (CAMTA)

  3. Indonesia Trucking Association (APTRINDO)

  4. Lao Logistics Group (LLG)

  5. รียกกันสั้นๆ ว่า ) 7 ของสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน 0 คน จาก 10 ประเทศ มติที่ประชุมเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์Pan – Malaysia Lorry Owners’ Association 1987

  6. MyanMyanmar International Freight Forwarder Association (MIFFA)

  7. Keppel T&T Co., Ltd., Singapore

  8. MyMyanVietnam Automobile Transport Association (VATA)

  9. Confederation of Truckers Association of the Philippines, Inc. (CTAP)

  10. Port Users Confederation, Inc. (PUC)

ในจำนวนนี้ มีสมาคมที่เพิ่งเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ โดยได้ทำการเซ็นรับรองการเป็นสมาชิกภายในการประชุมครั้งนี้ 2 สมาคมได้แก่ Confederation of Truckers Association of the Philippines (CTAP) และ Port Users Confederation (PUC) จากประเทศฟิลิปปินส์ โดยการเชื้อเชิญของกรมการขนส่งทางบก ที่ในปีงบประมาณ 2560 ได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางถนน รองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ ได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย แล บรูไน จึงได้พบกับผู้ประกอบการรถบรรทุกในทุกประเทศ และได้เชิญกลุ่มสมาคมจากประเทศฟิลิปปินส์มาร่วมเป็นสมาชิกดังกล่าว

นอกจากนี้แล้ว ยังมีสมาคมและองค์กรต่าง ๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมการประชุมไม่ว่าจะเป็น Federation of Sabah Lorry Transportation Association (มาเลเซีย), Federation of Sarawak Lorry Association (มาเลเซีย), Guangdong Logistics Industry Association Logistics Academy (จีน), Courex Pte. Ltd. (สิงคโปร์), Myanmar Container Truck Association (เมียนมาร์), Myanmar Highway Transportation Service Association (เมียนมา), German International Cooperation (GIZ) ในส่วนของประเทศไทยนำโดยกรมการขนส่งทางบก, สมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน, สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และ สมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้เข้าร่วมการประชุม

การประชุมในปีนี้ ยังคงเป็นสาระเกี่ยวกับการวางรากฐานขององค์กรให้แข็งแกร่ง เนื่องจากองค์กรมีความเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของจำนวนสมาชิก และ ชื่อเสียง โดย ATF มีการเพิ่มสมาชิกมากขึ้นทุกปีจนครบ 10 ประเทศในปีนี้ และ ยังมีสมาคมต่าง ๆ ในแต่ละประเทศที่แสดงความสนใจ อยากเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ ATF เพิ่มขึ้นอีกด้วย องค์กร ATF ได้เป็นที่รู้จักและยอมรับของสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) และประเทศคู่เจรจาของอาเซียน (ASEAN Dialogue Partners)

อีกทั้งยังได้รับการทาบทามจากองค์กรระดับโลก เช่น International Road Transport Union (IRU) ในการจะขอเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันกับทาง ATF และ ชักชวนให้ ATF เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม IRU World Congress ในครั้งต่อไปเนื่องจากเห็นศักยภาพความก้าวหน้าขององค์กรภายใต้การนำของคุณยู เจียรยืนยงพงศ์ อดีตประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่ได้ก้าวขึ้นเป็นประธานสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียนเป็นท่านแรกในปี 2015 และ ในปีนี้ก็ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธาน ATF อย่างต่อเนื่องเป็นวาระที่ 2

สำหรับวาระที่ 2 นี้ คุณยู ได้วางนโยบายในการดำเนินงานของ ATF ไว้ 3 ข้อด้วยกัน ข้อแรกคือ การดำเนินการจดทะเบียน ATF ให้เป็นนิติบุคคลให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถได้รับการรับรององค์กรอย่างเป็นทางการจากทางสำนักเลขาธิการอาเซียน และ สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ กับอาเซียน และ ประเทศคู่เจรจาของอาเซียนได้อย่างจริงจัง โดยจะดำเนินการจดทะเบียนในประเทศที่สามารถจดทะเบียนได้สะดวกรวดเร็วที่สุด

ข้อที่ 2 คือ จะวางเกณฑ์การรับสมัครสมาชิกของ ATF ให้มีความชัดเจน วางหน้าที่รับผิดชอบให้กับผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ และ เริ่มรับสมาชิกเพิ่ม เพื่อให้องค์กรมีความแข็งแกร่งมากขึ้น มีฟันเฟืองที่จะช่วยกันขับดัน สามารถเดินหน้า และทำประโยชน์ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกในประเทศอาเซียนได้อย่างสูงสุด และส่งผลเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมของประเทศอาเซียนทุกประเทศ เช่น การพยายามหารือกับประเทศสมาชิก เพื่อหาทางออกและข้อเสนอแนะร่วมกันภายใน ATF เพื่อสนับสนุนการค้าขายข้ามชายแดน ให้เกิดมีขึ้นโดยเร็วที่สุดในระหว่างประเทศภายในภูมิภาคเดียวกันที่มีพรมแดนต่อเนื่องกันโดยแนวคิดที่ได้จากการหารือร่วมกันนี้ จะนำส่งให้สมาชิกในแต่ละประเทศ นำไปเสนอแก่ภาครัฐของตนต่อไป

ข้อสุดท้าย คือ การมุ่งหน้าสร้างสัมพันธ์กับองค์กรระดับนานาชาติอื่น ๆ ที่มีการให้ความสนใจใน ATF และ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะต้องวางอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์แก่สมาชิก และ ประเทศอาเซียนเป็นหลัก