โดย คุณวณัฐสุข สงวนศิริ  Wanatasuk@gmail.com

วันเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก สถานการณ์เกี่ยวกับการบรรทุกขนส่งก็แปรเปลี่ยนมีการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ส่วนจำนวนอุบัติเหตุก็เพิ่มมากขึ้น ณ วันนี้มีคนตายจากอุบัติเหตุทางถนน 7,251 รายและบาดเจ็บอีก 473,140 ราย (อ้างอิงตัวเลขของประกันภัยบริษัทกลาง ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2560) เรามีความสูญเสียมหาศาล เกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกเขาจัดอันดับก็ใช้เกณฑ์ประชากร 100,000 คนต่อผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บ 1 คน สถิติของไทยเราก็อันดับ 2 ของโลกและอันดับหนึ่งในอาเซียน ไม่ได้ภาคภูมิใจอะไรหรอกนะครับ ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าอีกกี่ปีกี่ชาติตัวเลขจึงจะลดลงและเสียอันดับให้กับประเทศอื่น

บอกตามตรงว่าผมกลัวสถิตินี้มาก ผมพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางคือถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ออกจากบ้าน อุบัติเหตุทางถนนก็มีแหล่งเกิดที่ถนน หลักการลดความเสี่ยงให้กับตนเองก็คือการพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตอยู่บนถนน แหล่งเกิดอุบัติเหตุแหล่งความสูญเสีย ถ้าเรารู้ว่าอะไรคือแหล่งก็อาจจะพอช่วยให้เรามีความปลอดภัยได้บ้างในระดับหนึ่ง แต่ละอาชีพก็จะอยู่กับแหล่งความเสี่ยงไม่เท่ากัน อาชีพขับรถก็อยู่กับแหล่งแทบจะทั้งวันหรือประมาณ 8 – 10 ชั่วโมง อาชีพครูก็อยู่กับแหล่งเพียงวันละไม่กี่ชั่วโมง

ดังนั้นเมื่อเราเปรียบเทียบก็จะพบว่าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับแหล่งมากย่อมมีความเสี่ยงมาก สิ่งที่เราอยากจะนำเสนอก็คือเมื่อเราอยู่ใกล้แหล่งและจะมีความปลอดภัยได้อย่างไรหรือไม่เกิดอุบัติเหตุนั่นเอง เราอาจจะยังไม่ต้องห่วงหรอกว่า “เราป้องกันแต่คนอื่นประมาท” ยังไม่ต้องคิดไกลขนาดนั้น เอาตัวเราให้รอดให้มีความปลอดภัยหรือเราไม่ไปชนคนอื่นหรือเราไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็น่าชื่นใจแล้วครับ ห่วงตนเองดีกว่าห่วงคนอื่น ๆ วิธีที่จะพอช่วยให้ตนเองปลอดภัยก็มีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น กำหนดเป้าหมายให้ตนเอง เช่น 1. เราต้องการความปลอดภัยนะ 2. สื่อสารบอกกล่าวให้คนอื่นรู้ว่าเรากำลังคิดอะไรทำอะไร และ 3.ไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากหรอกค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ พิจารณากับการใช้รถใช้ถนน ค่อย ๆ ขับ รักษาอารมณ์ไม่ให้ขุ่นหมอง มีสติ ควบคุมตนเองให้อยู่ในกฎกติกา

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็มีด้วยกัน 2 แบบ อย่างแรกก็คืออุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนทำตนล้วน ๆ ไม่ต้องโทษใครเลย ส่วนมากเกิดความเหนื่อยล้าร่างกายขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ เกิดจากการดื่มเหล้าดื่มเบียร์ควบคุมตนเองไม่ได้ สาเหตุที่ควบคุมตนเองไม่ได้ก็เพราะดื่มปริมาณมากเกินกว่าร่างกายจะต้านทานไหว เกิดจากอารมณ์เกิดจากความนึกคิดหรือจิตสำนึกนั่นเอง ส่วนมากเกิดจากการขับเร็ว การฝ่าฝืนกฎของถนน เป็นต้น อุบัติเหตุอย่างที่สองก็คืออุบัติเหตุมีคู่กรณี อันนี้ไม่เกิดจากเราก็เกิดจากเขาหมายความว่าไม่เราเป็นฝ่ายผิดก็เขานั่นแหละที่เป็นฝ่ายผิด มีผิดฝ่ายหนึ่ง พูดง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าต่างคนต่างขับถูกกฎ ขับถูกระเบียบ จะไม่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุเลย รถที่วิ่งอยู่บนท้องถนนก็มีหลากหลายพฤติกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น ขับช้ากีดขวางการจราจร ขับความเร็วตามกฎหมาย ขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด รั้นไม่ปฏิบัติตามกฎ มารยาทไม่มี แล้งน้ำใจ เร่งรีบ เป็นต้น การจะเป็นนักขับปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่ำ (Safe and Low Risk Driver) ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน คือ อย่างน้อยก็ควรยึดกฎจราจรเป็นหลักในการขับรถ เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีเพราะเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน รู้กฎ ปฏิบัติตามกฎได้ คนมีพื้นฐานอยู่กับคนมีพื้นฐานปัญหาย่อมเกิดน้อย เพราะคิดเหมือนกัน แนวเดียวกัน ปฏิบัติคือ ๆ กัน จะอย่างไรก็ตามที่กล่าวมาคือโลกแห่งจิตนาการโลกแห่งความฝัน เราจะหาคนที่มีพื้นฐานเหมือนกันได้อย่างไรในเมื่อถนนคือสิ่งสาธารณซึ่งใคร ๆ ก็มีสิทธิ์ใช้ ความต่างไม่ใช่เพิ่งมี ความต่างมีมานานแล้ว เพราะความต่างกระมังที่ทำให้โลกต้องมีกฎจราจรมีกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน

แต่ละอาชีพก็มีความเฉพาะ ครูก็มีหลักการสอน หมอก็มีหลักการตรวจโรคตรวจคนไข้ ตำรวจก็มีหลักการปฏิบัติงาน ทหารก็มีหลักการทำหน้าที่ ทุกอาชีพก็มีหลักนะครับ สำหรับการขับรถก็เป็นอีกแขนงหนึ่งที่มีหลักสำหรับการปฏิบัติ คืออย่างน้อยหากมีคนถามเราว่า “หลักการขับรถมีอะไรบ้างก็พอจะอธิบายบอกได้” การปฏิบัติตามกฎจราจรก็เป็นหลักหนึ่งนะครับ การมีหลักก็คล้ายกับมีอาวุธประจำตัวไปที่ไหนก็ไปได้ เข้าป่าลงแม่น้ำเราก็ไปได้เพราะมีอาวุธ จะเท่ห์ไม่น้อยเลยหากเราสามารถอธิบายหรือบอกว่าวิธีขับรถขั้นพื้นฐานมีอะไรบ้างและใช้อย่างไร สำหรับวันนี้ก็ขออนุญาตนำเอาข้อมูลของต่างประเทศ (ออสเตรเลีย) มาบอกครับ กระจก – สัญญาณ – เบรก – เกียร์ ระบบขั้นพื้นฐานกล่าวว่าเมื่อเราเห็นและจะถึงอันตรายข้างหน้า สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ มองกระจก แล้วให้สัญญาณ แล้วเบรกเพื่อลดความเร็วรถ พร้อมทั้งลดระดับเกียร์จากสูงมาต่ำ นี่คือวิธีขับรถขั้นพื้นฐานครับ