คมนาคม เปิดโครงการระบบชำระค่าผ่านทางด้วยเทคโนโลยี EMV Contactless เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก ชีวิตสบาย แตะ-จ่าย ด้วยบัตร ‘เดบิต-เครดิต’ แทนเงินสดได้แล้ว

คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการเปิดโครงการระบบชำระค่าผ่านทางด้วยเทคโนโลยี EMV Contactless (Europay Mastercard and Visa) ว่า เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการทางพิเศษ เชื่อมโยงทุกระบบการชำระเงินด้วยบัตรมาตรฐานสากลเพียงใบเดียว แตะ – จ่ายได้ทั้งบัตรเดบิตและบัตรเครดิตทุกธนาคารที่มีสัญลักษณ์ Contactless เดินทางสะดวก ชีวิตสบาย แก้ไขปัญหาจราจร เลี่ยงการใช้เงินสด ลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19

ทั้งนี้ รัฐบาลโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานเตรียมรองรับสถานการณ์และปรับตัวในรูปแบบ New Normal เพี่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงเตรียมความพร้อมประเทศด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมดิจิทัลในอนาคต และให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ได้ง่ายและทั่วถึง เพื่อให้ใช้บริการต่างๆ ของภาครัฐได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสอันจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 อีกทางหนึ่ง

ดังนั้น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จึงร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM พัฒนาระบบชำระค่าผ่านทางพิเศษด้วยบัตร EMV Contactless หรือ Europay MasterCard and VISA ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินที่ออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกในการชำระค่าผ่านทาง ให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย

โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ เพียงแค่ขับรถเข้าช่องเงินสด ลดกระจก และแตะบัตรที่มีสัญลักษณ์ Contactless ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ที่ลดการใช้และลดการสัมผัสเงินสด เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 อีกทั้งยังเป็นรูปแบบการชำระเงินที่เป็นมาตรฐานระดับสากล และในอนาคตจะพัฒนาไปสู่ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น หรือ M-Flow และระบบตั๋วร่วม ซึ่งใช้บัตรเพียงใบเดียวสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสาร โดยจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้เปิดให้บริการครบทั้ง 5 สายทางแล้ว ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกฯ ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน – ปากเกร็ด) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (วงแหวนใต้) ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ใช้บริการทางพิเศษเป็นอย่างดี มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาน้อยกว่าการชำระค่าผ่านทางด้วยเงินสด ถือเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการทางพิเศษ และลดความแออัดของปริมาณรถสะสมบริเวณหน้าด่าน รวมถึงลดการสัมผัสเงินสดในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 และในอนาคตจะขยายให้ครอบคลุมครบทุกสายทาง

สำหรับระบบการชำระเงินดังกล่าว ธนาคารกรุงไทยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Capture) หรือ EDC ที่ได้มาตรฐานที่ช่องเงินสดทุกช่อง โดยผู้ใช้ทางมั่นใจได้ว่าระบบดังกล่าว มีการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังได้นำระบบ Krungthai Digital Platform มาช่วยบริหารต้นทุน ลดการใช้กระดาษ และเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการเงินสดของค่าผ่านทางพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กทพ. ธนาคารกรุงไทย และ BEM ได้ร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีระบบชำระค่าผ่านทาง  เพื่อนำไปสู่ระบบการชำระเงินแบบ M-Flow และระบบตั๋วร่วมของรัฐบาลที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

โดย…ยกล้อ

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement