ทุกช่วงเทศกาลไม่ว่าจะเป็นออกพรรษา สงกรานต์ หรือปีใหม่ แน่นอนว่าถ้าต้องออกไปตามทางหลวงหรือถนนสายหลัก จะมีผู้เดินทางจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนโอกาสเดินทางกลับบ้านเพราะมีการหยุดยาว แม้จะยากลำบากแค่ไหน แต่เมื่อถึงวันหยุดยาวพวกเขาต้องใช้โอกาสเหล่านี้ที่มีอยู่เพียงปีละไม่กี่ครั้งกลับบ้านกันเป็นเรื่องปกติ

แน่นอน เหมือนทุกครั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางหรือกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนต้องออกมาขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้า ให้งดการใช้รถบรรทุก เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ถนนทุกเส้นทางคล่องตัว สามารถสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย และตอนนี้ปีใหม่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งนโยบายนี้ก็ถูกงัดออกมาใช้อีกเช่นเคย

กรณีนี้ กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า การขอความร่วมมือรถบรรทุกหยุดวิ่งในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง อย่าง เทศกาลปีใหม่ 2565 เป็นหนึ่งในมาตรการเตรีมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ

ล่าสุด ยังได้ประชุมและทำความเข้าใจกับสมาคมขนส่งสินค้า สมาคมรถบรรทุกและผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกไม่ประจำทาง และรถบรรทุกส่วนบุคคล ให้หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและงดการใช้รถบรรทุก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 – 4 มกราคม 2565 เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากรถบรรทุก และคืนพื้นผิวจราจรให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ โดยขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการขนส่ง อาทิ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคม ชมรม และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน สามารถขนส่งได้โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่งและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยต้องตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถและอุปกรณ์ส่วนควบของรถอย่างเข้มงวดก่อนใช้งานทุกครั้ง ตลอดจนกำชับให้พนักงานขับรถพักผ่อนอย่างเพียงพอ ปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ไม่เสพสารเสพติดให้โทษหรือสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มีใบอนุญาตขับรถถูกต้อง ขับรถไม่เกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด ใช้ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพถนน เดินรถในช่องทางซ้ายสุด หลีกเลี่ยงการจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง หากมีความจำเป็นต้องจอดรถบริเวณไหล่ทางให้แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณเตือนให้ผู้ใช้รถคันอื่นสังเกตเห็นได้จากระยะปลอดภัย เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุกรณีรถคันอื่นชนท้าย

นอกจากนี้ ยังให้ผู้ประกอบการขนส่งกำชับพนักงานขับรถหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่มีการใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเดินรถ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม 2564 และ 2-4 มกราคม 2565 ในถนนบางสาย เช่น ถนนพหลโยธิน เข้าเมืองนครสวรรค์,  ถนนรังสิโยทัย, ถนนพหลโยธิน เข้าเมืองสระบุรี ถนนเลี่ยงเมืองสระบุรีฝั่งตะวันตก, ถนนมิตรภาพ ทับกวาง-สีคิ้ว, ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย และถนนบุรีรัมย์-อรัญประเทศ อย่างเคร่งครัด

แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อย ที่เป็นผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย ที่มองว่าช่วงเทศกาลนี้เองเป็นโอกาสทองที่จะเข้าไปหารายได้ เพราะเป็นช่วงที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังอู้ฟู่ เพราะเมื่อคนเดินทางกลับต่างจังหวัดกันเป็นจำนวนมาก มีการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ก็จะทำให้การขนส่งด้วยรถบรรทุกมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน และอย่าลืมว่าตลอดห้วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งตัวเล็กตัวน้อยล้มหายตายจาก (เจ๊ง) จากพิษโควิด-19 จำนวนนับไม่ถ้วน แล้วคนกลุ่มนี้ต้องให้ความร่วมแบบไหน ควรทำอย่างไร ถึงจะอยู่รอด ถ้าต้องงดวิ่งจริงรายได้ที่ควรได้จะหายไปเท่าไหร่

อย่าลืมว่า ยานพาหนะที่ใช้ในงานขนส่งอย่าง “รถบรรทุก” ยังคงเป็นประการสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะไม่ว่าจะเป็นโครงการของรัฐหรือเอกชน ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้รถบรรทุกในการขนส่งกันทั้งนั้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

Advertisement