เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจขนส่งนั้นเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในช่วง 2 ปีของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ธุรกิจการขนส่งสินค้าในภาคการค้าและภาคการเดินทางได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ภาคธุรกิจขนส่งชะลอตัวอย่างต่อเนื่องสะท้อนได้จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติในภาคขนส่งที่หดตัวลงไป แต่ในที่สุดก็กลับมาขยายตัวได้บ้างเล็กน้อย ในปี 2564 จากผลของเศรษฐกิจโลกและในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ เพราะความกังวลต่อการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยลงกว่าปี 2563 รวมทั้งการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น และการเปิดประเทศได้มากขึ้นจากนโยบายของรัฐอีกด้วย

มีการประเมินจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ว่า แนวโน้มภาคการขนส่งไทยในปี 2565 จะเติบโตกว่า 10.5% ซึ่งเป็นอานิสงส์หลักมาจากการฟื้นตัวของการขนส่งสินค้าและธุรกิจบริการที่สนับสนุนการขนส่งขยายตัวได้ 10.4% และ 7.9% ตามลำดับ ในขณะที่ภาคการขนส่งผู้โดยสารแม้ว่าจะเติบโต 22.3% แต่คาดว่าระดับรายได้จากการขนส่งจะอยู่ที่ 25% ของรายได้ก่อนโควิด-19 เท่านั้น แนะธุรกิจรับมือเชิงรุกพร้อมรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” และหาโอกาสในช่วงปัจจัยอุปทานขนส่งที่เพิ่มขึ้นไม่ทันกับความต้องการจากพฤติกรรมของธุรกิจและการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป

แม้การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันและยังคงมีอยู่ต่อไปในอนาคต ทำให้สถานการณ์การเปิดประเทศทั่วโลกค่อยเป็นค่อยไป ทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป เช่น ทำงานแบบออนไลน์เพิ่มขึ้น กดดันให้กระแสการเดินทางที่ควรจะเพิ่มขึ้นเป็นไปได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเองยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ฉุดภาคขนส่งผู้โดยสาร ถึงแม้ว่าจะฟื้นตัวได้ถึง 22.3% ในปี 2565 แต่เป็นผลมาจากฐานต่ำช่วงการระบาดระลอก 1-2 ที่ผ่านมา คาดว่าระดับรายได้จากการขนส่งจะอยู่ที่ 25% ของรายได้ก่อนโควิดเท่านั้น

ดังนั้น พฤติกรรมการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคและภาคธุรกิจไม่เหมือนเดิมตามเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้การแข่งขันทางธุรกิจมีความรุนแรงและรวดเร็วขึ้น ทำให้เกิดการกระจายของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน หลากหลาย และเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบธุรกิจใหม่แล้ว สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจขนส่งอยู่รอดและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คือ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ต้นทุนการวางแผนการขนส่ง การจัดการคลังสินค้า

รวมถึงการบริหารทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเช่นคนหรือรถขนส่ง ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์ให้ง่ายและรวดเร็วทันต่อความต้องการของลูกค้าและลดการใช้ทรัพยากรเพื่อควบคุมต้นทุน นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์และเทคนิคสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า จากการบริหารจัดการจนลดต้นทุนทางธุรกิจลงได้สูงสุด

ปัจจุบัน มีบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีขนส่งและโลจิสติกส์แบบครบวงจร  (IoT) เกิดขึ้นมากมาย ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบสำหรับแก้ปัญหาสายงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยวางแผน จัดการงานขนส่งและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การจัดการจับคู่รถกับสินค้าและเส้นทางจัดส่ง ติดตามงานขนส่งแบบ Real-time เชื่อมต่อข้อมูลการส่งมอบสินค้า และการวางแผนเส้นทางการวิ่งรถ รวมถึงลำดับจุดจอดในการจัดส่งสินค้า เพื่อช่วยในการจัดรถกับสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เรียกได้ว่าบริหารงานขนส่งได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐอย่างกองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่จัดโครงการเพิ่มขีดความสามารถ และพัฒนาระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงซัพพลายเชนของผู้ประกอบการ หรือบริษัทคอนซัลด้านเทคโนโลยีขนส่งและโลจิสติกส์แบบครบวงจร  (IoT) ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบสำหรับแก้ปัญหาสายงานโลจิสติกส์โดยเฉพาะเข้ามาช่วยวางแผน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาแล้วหลายบริษัท

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถือเป็นความท้าท้ายที่สำคัญในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพการทำงานของตัวเองให้ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทั้งลูกค้าและตัวองค์กรเอง เพราะตอนนี้ไม่มีใครคาดเด่าได้เลยว่าสถานการณ์โควิด จะสิ้นสุดลงเมื่อใด และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในอนาคตอีกไหม

 

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

Advertisement