ปัจจุบันการซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์และตลาด E-Commerce มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้ทำให้โลกของเราถูกพลิกโฉมรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนจากการเดินทางออกไปซื้อ-ขายตามสถานที่ต่าง ๆ ไปสู่การซื้อขายและชำระเงินผ่านเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์ แต่การส่งมอบสินค้าจากผู้ขายให้ถึงมือผู้ซื้อนั้น ยังคงต้องพึ่งพาจากบริษัทการขนส่งสินค้าอยู่

ดังนั้น ยิ่งมีการซื้อขายผ่านออนไลน์มากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งเกิดความต้องการใช้บริการขนส่งสินค้าไปยังผู้รับมากขึ้นเท่านั้น จึงเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการขนส่งหรือโลจิสติกส์ ที่จะเข้าไปตีตลาดและกอบดดยจากช่องว่างตรงนี้ เพราะบริษัทไหนสามารถสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า หรือสามารถตอบสนองผู้ประกอบการได้ดีย่อมต้องมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันอย่างแน่นอน เพราะจะได้รับความเชื่อมั่นสูงและมีงานจากลูกค้าส่งมาให้อย่างต่อเนื่อง

และเมื่อการขนส่งหรือโลจิสติกส์เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายแล้ว ผู้ประกอบการในสายงานนี้จึงอาจต้องทำงานหนักขึ้น และในกระบวนการทำงานมักเกิดปัญหาที่ซับซ้อน ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นแต่ผลกำไรกลับลดน้อยลง จึงมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญในพัฒนาและคิดค้นเทคโนโลยีขนส่งและโลจิสติกส์แบบครบวงจร ออกมาในรูปแบบของ IoT (Internet of Things) นั่นเอง

IoT คืออะไร

IoT เป็นตัวย่อของ Internet of Things (สรรพสิ่งที่สามารถส่งข้อมูลออกไปได้) เช่น วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ งเครื่องใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตอื่น ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีการฝังตัวของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ซึ่งวัตถุสิ่งของเหล่านี้ สามารถเก็บบันทึกและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ อีกทั้ง สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและถูกควบคุมได้จากระยะไกล ผ่านโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสามารถประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทุกอย่างที่ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงกันได้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อที่จะสามารถสื่อสารกันได้

IoT กับงานขนส่งและโลจิสติกส์

อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่างานขนส่งและโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ย่อมมีปัญหาแฝงตัวอยู่จึงมีการพัฒนา IoT เพื่อแก้ปัญหาสายงานนี้โดยเฉพาะ ทั้งช่วยวางแผน จัดการงานขนส่งและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ การจัดการจับคู่รถกับสินค้าและเส้นทางจัดส่ง ติดตามงานขนส่งแบบ Real-time เชื่อมต่อข้อมูลการส่งมอบสินค้า และการวางแผนเส้นทางการวิ่งรถ การเก็บข้อมูลระบบเครื่องยนต์ ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายในการใช้รถ และรายงานผลการวิ่งงานขนส่ง รวมถึงลำดับจุดจอดในการจัดส่งสินค้า เพื่อช่วยในการจัดรถกับสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เรียกได้ว่าใช้บริหารงานขนส่งได้อย่างสมบูรณ์ เลยทีเดียว

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สนับสนุนโดย : NSI นำสินประกันภัย ที่โลจิสติกส์และรถใหญ่ให้ความเชื่อมั่น

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement