ปัจจุบันในหลายธุรกิจ แทบจะมีการขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกันทั้งสิ้น ยิ่งสมัยนี้มีเส้นทางการขนส่งที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคเกือบทุกพื้นที่ จึงถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และทำให้ภาคการค้าการลงทุนขยายตัวไปด้วยเช่นเดียวกัน วันนี้เราเลยอยากชวนเปิดประเด็นถึงการใช้รถขนส่งว่า ถ้าจะทำธุรกิจสักอย่างหนึ่งแล้วต้องมีรถขนส่งมาคอยซัพพลาย หรือวิ่งกระจายสินค้าเพื่อส่งไปยังกลุ่มลูกค้า

แล้วคุณว่า แบบไหนจะเหมาะกว่ากัน ระหว่าง “ใช้รถขนส่งของตัวเอง” หรือ “ใช้รถขนส่งของซับคอนแทรค”

ใช้รถขนส่งเป็นของตัวเอง

หากคุณอยากใช้รถขนส่งของตัวเอง ต้องมองถึงความสอดคล้องของธุรกิจที่ทำอยู่ด้วยว่าเหมาะสมมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ามากขนาดไหน เพราะอย่าลืมว่าถ้าต้องการใช้รถเพื่อวิ่งขนส่งสินค้าหรือวัตถุดิบของธุรกิจคุณเอง ย่อมมีค่าใช้จ่ายหลายอย่างตามมา เช่น ค่างวดรถ, เงินเดือนและสวัสดิการของพนักงานขับรถ, ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าเบี้ยประกันภัย , ค่าทางด่วน-ทางพิเศษในแต่ละเดือน และค่าเช็คระยะบำรุงรักษารถ เป็นต้น

ดังนั้น การมีรถขนส่งเป็นของตัวเองจึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องใช้รถวิ่งอยู่ในเส้นทางประจำ (Route) อย่างธุรกิจที่มีสาขาหลายแห่ง เช่น ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหาร ที่ต้องดูแลซัพพลายหลายสาขา หากมีรถขนส่งไว้สำหรับส่งสินค้าหรือวัตถุดิบไปยังสาขาต่างๆ ก็จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้เราสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังหมาะกับธุรกิจที่ต้องขนส่งสินค้า อย่างร้านยี่ปั้ว หรือร้านขายส่ง ที่ต้องการขนส่งแบบปลีกย่อยตามร้านค้า ซึ่งถ้ามีรถเป็นของตนเองเพื่อใช้ขนสินค้าจากโกดังหรือคลังสินค้า จะสะดวกและคุ้มค่ากว่าการจ้างซัพพลายเออร์แน่นอน

 

ใช้รถขนส่งของซับคอนแทรค

การใช้รถขนส่งของซับคอนแทรค หรือที่เรียกว่าการว่าจ้างรถวิ่งร่วม แนวทางนี้หากธุรกิจของคุณเป็นขนาดเล็ก ไม่ได้มีดีมานในการวิ่งขนส่งทุกวันขนาดนั้น เช่น ร้านขายของออนไลน์ที่มีการนัดจัดส่งสินค้าเป็นรอบได้ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าการลงทุนซื้อรถขนส่งเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจของตัวเอง ย่อมมีค่าใช้จ่ายหลายอย่างตามมา ทั้งค่าดูแลรถ และค่าจ้างคนขับซึ่งส่วนต่างตรงนี้คุณยังสามารถนำไปเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาธุรกิจด้านอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้ที่ผ่านมาจะมีข่าว บริษัทขนส่งหลายเจ้าเกิดประเด็นให้ถกเถียงถึงเรื่องไม่เข้มงวดหลายย่าง จนมีเรื่องให้พูดถึงอยู่หลายครั้ง เช่น การเน้นเอายอดขายมากเกินไปจนหละหลวมเรื่องคุณภาพและการบริการ เช่น การโยนกล่องพัสดุของลูกค้า, การขับรถเร่งทำเที่ยววิ่งจนเกิดอุบัติเหตุ หรือมีการพูดจากับลูกค้าแบบไม่สุภาพ เป็นต้น

ทั้งนี้ อย่าได้เป็นกังวลเรื่องความโปร่งใสในการจัดส่งของจนมากเกินไป เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถติดตามงานขนส่งแบบ Real-time เชื่อมต่อข้อมูลการส่งมอบสินค้า และทำให้รู้ถึงเส้นทางการวิ่งรถ รวมถึงลำดับจุดจอดในการจัดส่งสินค้า ซึ่งช่วยให้คุณสามารถวางแผนในการส่งสินค้าหรือส่งของให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ BUS & TRUCK ยกตัวอย่างมาให้เห็นเพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น ซึ่งคุณควรพึงระวังไว้ว่า การจะลงทุนในเรื่องใดก็แล้วแต่ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น คุณต้องศึกษาหาความรู้อย่างรอบด้านเพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการทำธุรกิจของคุณอย่างสม่ำเสมอด้วย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

 

สนับสนุนโดย : NSI นำสินประกันภัย ที่โลจิสติกส์และรถใหญ่ให้ความเชื่อมั่น

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement