ประโยชน์ของ BIG DATA กับงานด้านขนส่งและโลจิสติกส์

ปัจจุบันโลกธุรกิจได้เข้าสู่ Digital Transformation ภาคธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์เองได้นำเทคโนโลยี  IoT (Internet of Things) โดยการเชื่อมต่อและผสมผสานอุปกรณ์หลายชนิดเข้าด้วยกัน ผ่านการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต และส่งข้อมูลมารวบรวมไว้ยัง Cloud Server ทำให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มาช่วยในกระบวนการทำงาน เก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบของดิจิทัล และสามารถดูผลการดำเนินงานที่เข้าใจง่ายและชัดเจนผ่านการแสดงผลบน Dashboard ของแอพพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์ที่มีการเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ ด้วยรูปแบบของสถิติ คะแนน หรือเกรดจากการวิเคราะห์และประเมินผล ซึ่งสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายและสะดวก นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและตอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคใหม่อย่างดีเยี่ยม

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ เองก็มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data เป็นจำนวนมาก จากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี เช่น ข้อมูลระบุตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) ของรถบรรทุกขนส่งสินค้า, ข้อมูล GPS ของรถโดยสาร, ข้อมูล GPS ของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ และข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ (Mobile Data) จากผู้ใช้บริการ เป็นต้น

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยกระบวนการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) เพื่อหาข้อมูลพฤติกรรมการขนส่งสินค้าและการเดินทางของคนเพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยยกระดับของผู้ประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้เป็นอย่างดี

Big Data คืออะไร ? 

สำหรับ Big Data คือเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมไอทีรุ่นใหม่ ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการเก็บ วิเคราะห์ และใช้งานฐานข้อมูลหลากหลายประเภทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีปริมาณมหาศาลได้ ทำให้คำว่า Big Data ไม่ได้หมายถึงเฉพาะตัวข้อมูลเองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงประเภทของเทคโนโลยีแบบใหม่ที่สามารถบริหารจัดการสร้างการเข้าถึง และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีปริมาณมากขึ้นได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าที่เทคโนโลยีแบบเดิมจะสามารถทำได้  

ประโยชน์ของ Big Data ต่อวงการขนส่งและโลจิสติกส์

ที่บริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำจะให้ความสำคัญกับ Big Data แล้วนำมาพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน อย่างข้อมูลการขับรถ เช่น ความเร็วในการขับขี่ การขับเร่งกระชาก การเบรกกะทันหัน ประวัติการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อมาวิเคราะห์และประเมินความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการขับรถและการเกิดอุบัติเหตุผ่านโมเดลการวิเคราะห์การขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย และแสดงผลรายงานในรูปแบบการให้คะแนนการขับขี่ เพื่อให้คนขับปรับปรุงพฤติกรรมการขับรถได้อย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้านการประเมินความเสียหายและการบำรุงรักษารถ

ทั้งนี้ ยังสามารถเก็บข้อมูลจากเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “เทเลเมติกส์” ที่มาพร้อมระบบประมวลผลภายในรถยนต์ เช่น ความเร็วรอบเครื่องยนต์ ความเร็วไมล์รถ ระดับน้ำมัน แรงดันยางรถ ผนวกกับข้อมูลจำพวกประวัติการบำรุงรักษาและซ่อมแซมรถมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมได้อย่างถูกต้อง ทำให้ธุรกิจสามารถใช้งานรถขนส่งได้เต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความรวดเร็ว ไม่เสียเวลาในการดำเนินธุรกิจและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางได้

นอกจากนี้ บริษัทโลจิสติกส์ยังสามารถวางแผนในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากข้อมูลที่มีอยู่โดยนำผลวิเคราะห์จาก Big Data เข้ามาช่วยประกอบการวางแผนและการตัดสินใจ ทั้งในเรื่องของการลดต้นทุน ผ่านการเก็บข้อมูลต่างๆ ภายในธุรกิจเพื่อนำไปวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการขนส่ง ข้อมูลการใช้ต้นทุนด้านเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้สามารถทราบได้ว่าปัญหาภายในธุรกิจมีสิ่งต้องปรับปรุงแก้ไขส่วนใด เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งหาทางป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้

ภาครัฐกับการใช้ Big Data

ถ้าพูดถึงบทบาทของ Big Data ที่รัฐบาลไทยใช้ จะยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ คือ กรมทางหลวงที่มีการจัดเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดหรือพวกเซนเซอร์ และข้อมูลจากจุดสำรวจปริมาณจราจรเป็นจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการศึกษาวิจัยและจัดทำต้นแบบข้อมูลมหาศาลได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถนำมาวิเคราะห์และรายงานสภาพการจราจรแบบ Real-time หรือรายงานผลให้กับประชาชนได้ทราบ ผ่านการใช้ทรัพยากรณ์ด้านไอทีในการวิเคราะห์แบบ Analytics ทำให้ได้ข้อมูลในเชิงลึกได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการนำ Big Data มาวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิผล และทำให้คนใช้รถและผู้ประกอบการขนส่งสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนก่อนเดินทางได้อีกด้วย

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า Big Data ได้เข้ามามีบทบาทกับอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างมาก เพราะด้วยความที่เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ถูกรวมรวบและเชื่อมโยงไว้ด้วยกันอย่างรอบด้าน หากสามารถประยุกต์ และส่งข้อมูลมารวบรวมไว้ยัง Cloud Server เมื่อนำไปใช้วิเคราะห์เพื่อนำไปต่อยอดในด้านต่างๆ ก็จะก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการผลักดันโครงการศึกษาการพัฒนานวัตกรรมระบบวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) เพื่อการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกและการเดินทางของคนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูลวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ สร้างเป็นรูปแบบการวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์สร้างเป็นบริการภาครัฐที่มีความเหมาะสมตรงตามความต้องการของประชาชนอีกด้วย

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement