คุณพีระพล บุญชินวงศ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน เปิดเผยว่า ด้วยในปัจจุบันนี้ภาวะเศรษฐกิจยังถือว่าเติบโตไม่มากนัก จึงทำให้ธุรกิจขนส่งในภาคอีสานมีงานให้ทำน้อยลงไปเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยให้บรรดาสมาชิกสามารถประคองตัวให้อยู่รอดได้ ทางสมาคมฯ จึงได้ใช้วิธีซื้ออะไหล่มาสต็อกไว้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นยางรถใหญ่ น้ำมันเครื่อง หลอดไฟ และอะไหล่ประเภทอื่น เพราะจะได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ช่วยทำให้ใช้ต้นทุนน้อยลงกว่ามาก ซึ่งหวังว่าวิธีการนี้จะสามารถใช้ได้นานตลอดไป

ส่วนความเดือดร้อนที่บรรดาสมาชิกได้รับผลกระทบจากการที่กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ออกกฎให้รถบรรทุกต้องติด GPS พร้อมเครื่องรูดการ์ดของคนขับ ทั้งนี้เพราะหวังว่าจะช่วยสร้างความปลอดภัยบนถนนให้มากขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าบรรดาผู้ประกอบการขนส่งทางบกได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

เริ่มจากการควบคุมให้รถบรรทุกใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 60 กม./ชม. ซึ่งตามความเป็นจริงนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เพราะท้องถนนในทุกจังหวัดจะต้องมีทางลงและทางขึ้นเนินเขาเป็นจำนวนมาก เมื่อรถบรรทุกวิ่งลงเนินนั้นก็จำเป็นที่จะต้องใช้ความเร็วบ้าง เพื่อที่จะได้มีแรงส่งให้รถบรรทุกสามารถวิ่งขึ้นเนินได้ เพราะสินค้าที่บรรทุกมามีน้ำหนักมาก จึงเห็นได้ว่ารถบรรทุกทั้งหมดต่างมีความผิดที่ใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด โดยทางกรมขนส่งของทุกจังหวัดสามารถตรวจสอบผ่านระบบ GPS ได้

เรื่องที่สองคือ การห้ามคนขับไม่ให้ทำงานเกิน 4 ชั่วโมง ด้วยการจราจรในปัจจุบันนี้มีจำนวนรถยนต์มากกว่าถนน ทำให้การจราจรติดขัด ไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้ภายใน 4 ชั่วโมง และเป็นไปได้หรือที่จะต้องจอดรถบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ตามถนนเลียบเขา หรือในป่าที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ และด้วยที่สถานีบริการน้ำมันจะไม่ยอมให้รถบรรทุกเข้าไปจอดพัก คนขับต้องนำรถไปจอดริมถนนแทน จึงเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการก่ออาชญากรรมหรือการถูกลักเพลารถและล้ออะไหล่ รวมถึงแบตเตอรี่ หากทางราชการต้องการให้เป็นไปตามกฎที่ได้บังคับมาก็ควรที่จะสร้างจุดจอดรถบรรทุกในทุกจังหวัดให้เป็นที่พักแก่คนขับด้วย

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ทางเจ้าหน้าที่ของทางราชการจะทำการยึดใบขับขี่ของคนขับเมื่อทำผิดกฎจราจร ซึ่งในเรื่องนี้เองจะทำให้คนขับไม่สามารถขับรถบรรทุกต่อไปได้ เพราะต้องใช้ใบขับขี่รูดการ์ดเพื่อแสดงตัว ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่จุดหมายปลายทางได้ ถือเป็นความผิดพลาดที่ทางราชการมองไม่เห็น

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การที่ทางราชการได้ออกกฎให้รถบรรทุกสามารถขับแซงขวาขึ้นแทนรถคันหน้าที่ขับช้าได้ภายในเวลา 2 นาทีเท่านั้น ถือว่าเป็นไปแทบไม่ได้เลย เพราะรถบรรทุกที่หนักสามารถใช้ความเร็วได้ช้ามาก หากยิ่งแซงรถบรรทุกด้วยกันเองต้องใช้เวลาเกินกว่า 10 นาทีขึ้นไป แต่ผู้ที่ออกกฎระเบียบข้อนี้มาไม่ได้ศึกษาถึงความจริงว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นความคิดที่ดีที่ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ออกกฎให้รถบรรทุกต้องติด GPS ทุกคัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น แต่เมื่อมีความเป็นจริงของการใช้งานเกิดขึ้นแล้วเป็นเรื่องที่รถบรรทุกทั้งหมดแทบจะทำไม่ได้เลยสักเรื่องหนึ่ง จึงต้องการให้ทางกรมการขนส่งทางบกทำการศึกษาอีกครั้งหนึ่งกับผู้ประกอบการขนส่งทางบก เพื่อที่จะได้ข้อสรุปที่แท้จริงออกมา หลังจากนั้นก็ยื่นเรื่องให้คณะรัฐมนตรีทำการเปลี่ยนแปลงกฎหมายออกมาเพื่อให้ชาวขนส่งสามารถประคองตัวให้อยู่รอดได้