รู้หรือไม่ ? การขนส่งที่เห็นว่าทันสมัยยุคนี้ แท้ที่จริงแล้วเกิดขึ้นภายหลังจากการนำเครื่องจักรไอน้ำมาใช้ ซึ่งในอดีตเครื่องจักรไอน้ำนำมาใช้เป็นต้นกำลังของเรือและรถไฟ โดยใช้ถ่านหินและฟืนเป็นเชื้อเพลิง ต่อมาจึงมีการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายใน และนำมาใช้กับรถยนต์ เครื่องยนต์สันดาปภายใน มีความสะดวกและเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก จึงมีการนำไปใช้กับเรือและรถไฟการใช้เครื่องจักรไอน้ำขับเคลื่อนยานพาหนะจึงค่อย ๆ หมดไป

โดยวิวัฒนาการการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นไปตามความต้องการขนส่ง เพราะผู้ใช้บริการขนส่งมีความต้องการการขนส่งที่รวดเร็วและขนส่งครั้งละปริมาณมาก ยานพาหนะขนส่งจึงต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของมนุษย์ โดยจะเห็นได้ว่าปัจจุบันเครื่องบินมีขนาดใหญ่สามารถขนผู้โดยสารได้หลายร้อยคน เรือบรรทุกสินค้าได้นับแสนตัน รถไฟบรรทุกสินค้าได้หลายพันตัน และรถยนต์ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารที่สามารถขนผู้โดยสารและสินค้าได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยานพาหนะจะมีขนาดใหญ่บรรทุกคนและสินค้าได้มากแล้ว ยังมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้อีกด้วย ดังนั้น ในหลายประเทศจึงให้ผลักดันให้อุตสาหกรรมขนส่งด้วยรถยนต์ มีความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะรถยนต์มีความได้เปรียบในการเข้าถึงชุมชนและพื้นที่ ได้ดีกว่ารูปแบบการขนส่งอื่น

ด้วยความที่ขนาดการบรรทุกของรถยนต์มีปริมาณไม่มากจึงทำให้ได้เปรียบทางเศรษฐกิจในการให้บริการระยะทางสั้นขณะที่เรือและรถฟมีความได้เปรียบด้านต้นทุน เมื่อขนส่งในระยะทางไกลและขนปริมาณมากข้อจำกัดการให้บริการของเรือคือ ต้องอาศัยแม่นยำหรือชายฝั่งทะเล และต้องมีความลึกพอที่เรือจะเดินได้ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีความแม่นยำที่สามารถเดินเรือได้จำกัด ดังนั้น พื้นที่ที่ไม่มีน้ำ เรือก็เดินไม่ได้ จึงไม่สามารถให้บริการ ขณะที่รถไฟเดินไปตามราง เครือข่ายรถไฟมีจำกัด รถไฟจึงให้บริกรได้เฉพาะในเส้นทางที่มีรางเท่านั้น

ต่อมาเครื่องยนต์สันดาปมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รถยนต์และรถบรรทุกมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้นทำให้บรรทุกได้มาก และมีความเร็วขึ้น รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ยังมีความเชื่อถือได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับปัจจัยสำคัญในการพัฒนาการขนส่งด้วยรถบรรทุกให้มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องเลย คือ ปัจจุบันรัฐบาลในแต่ละประเทศมีการลงทุนด้านการสร้างเครือข่ายถนนมากขึ้น และมีการปรับปรุงถนนตลอดเวลา ซึ่งการลงทุนสร้างถนนของรัฐนี้เอง ทำให้รถยนต์และรถยบรรทุกเข้าถึงทุกพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง และทำให้การขนส่งสินค้าและผู้โดยสารมีอัตราเติบโตสูงขึ้นไปด้วย

รถบรรทุกคันแรกของโลก

สำหรับรถบรรทุกคันแรกของโลกได้ผลิตขึ้นโดย Gottlieb Daimler ในปี 1896 โครงสร้างเป็นเหล็ก ล้อทำด้วยไม้ ใช้เครื่องยนต์แบบสองสูบ ขนาดความจุ 1.06 ลิตร ในปีต่อมาก็ได้ทำการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยสายพาน พร้อมกับติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ การพัฒนารถบรรทุกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในปี 1898 ได้มีการนำรถบรรทุกไปจัดแสดงที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสและได้รับความสนใจอย่างสูง

วันแห่งรถบรรทุก

ที่ประเทศญี่ปุ่นถึงขนาดมี วันแห่งรถบรรทุก (トラックの日,Torakku no Hi) ที่ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม ปี 1992 โดยสมาคมรถบรรทุกญี่ปุ่น (JTA) ซึ่งความสำคัญในวันนี้เกิดจากการเล่นคำในภาษาญี่ปุ่นก็คือト(10)ラック(9) = truck = รถบรรทุก มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้มองเห็นความสำคัญกับธุรกิจรถบรรทุกและเพื่อปรับปรุงสถานะทางสังคมของธุรกิจรถบรรทุกให้มีศักยภาพในการทำงานให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนในประเทศไทยเองก็มีการใช้รถบรรทุกเพื่อการขนส่งเป็นหลักเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม หรือสินค้าอุปโภคและบริโภค ตลอดสิ่งของที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งเรียกได้ว่ารถบรรทุกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศเลยก็ว่าได้

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

 

Advertisement