ล้อไฟไหม้การที่เกิดเหตุไฟไหม้ล้อรถทั่วไปอาจจะมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรที่จะต้องมานำเสนอให้เป็นข่าว แต่กับคนที่ขับรถขนส่งนั้นก็ถือว่านี่เป็นเรื่องที่ควรนำเสนอเพื่อเตือนภัยคนขับ หากไฟไหม้ล้อแล้วคนขับไม่สามารถปลดพ่วงได้ทัน ปัญหาเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตคนขับได้ ดังนั้นเราต้องหาสาเหตุว่าแท้จริงแล้วไฟไหม้ล้อเกิดจากอะไร เกิดจากเบรกหรือยางรถหรือเปล่า เมื่อได้สืบค้นข้อมูลแล้ว พบว่าสาเหตุที่แท้จริงส่วนใหญ่เกิดจากความร้อนที่มากเกินไปจนทำให้เกิดไฟติดกับยางรถยนต์หรือน้ำมันหล่อลื่นหรือจาระบีที่ไหลไปที่ล้อรถ

ฟิล อาร์โนลด์ วิศวกรสนาม จาก มิชลิน กล่าวว่า “โดยปกติแล้วการทำงานของยางรถจะมีอุณหภูมิระหว่าง 100-150 ฟาเรนไฮต์เท่านั้น ดังนั้นให้ระวังหากอุณหภูมิยางสูงกว่า 250 ฟาเรนไฮต์ สารประกอบยางจะเริ่มแตกตัวที่อุณหภูมิ 500-550 ฟาเรนไฮต์ ไอระเหยที่ออกมาสามารถติดไฟได้หากมีแหล่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟ หากติดไฟแล้วเมื่ออุณหภูมิร้อนจนถึง 650-700 ฟาเรนไฮต์ ยางจะเริ่มเผาไหม้ จนในที่สุดจะเกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ที่อุณหภูมิ 850-900 ฟาเรนไฮต์ แน่นอนว่าเมื่อเกิดการเผาไหม้แล้วสามารถดับได้ยากมาก”

สาเหตุที่ก่อให้เกิดไฟไหม้ล้อ

ยางแตก
credit image: from Twitter @fm91trafficpro

ยางแตกขณะขับขี่ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากลมยางน้อย

ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในแก้มยางที่เกิดการงอจะทำให้สายพานเหล็กของปลอกอ่อนตัวลง ส่งผลให้ยางนิ่มจนถึงขั้นแตกและในที่สุดยางก็ระเบิดออกจากกัน เมื่อไฟไหม้ยาง แหล่งความร้อนที่อยู่ปลายล้อเดินทางผ่านโลหะของดุมล้อและผ่านล้อโดยสัมผัสกับขอบยางทำให้ยางร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งไฟเริ่มไหม้

ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสี

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เบรกลากไปยังจุดที่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ โดยทั่วไปต้องใช้แรงค่อนข้างมากกับยางเบรกบนดรัมเบรก หรือผ้าเบรกในดิสก์เบรก เพื่อทำให้เกิดแรงเสียดสีมากขึ้น ซึ่งทำให้ระบบเบรกร้อนมากกว่าเดิมในขณะที่รถวิ่ง รวมถึงไปถึงการขับขี่โดยใช้เบรกมือ การยึดเกาะกับการกัดกร่อนของเพลาลูกเบี้ยวหรือดิสก์เบรกทำให้ตัวปรับความหย่อนผิดปกติหรือผ้าเบรกบวมมากเกินไป ในกรณีนี้ส่วนใหญ่คนขับจะไม่สามารถเช็กการทำงานของเบรกได้ เนื่องจากกำลังเครื่องยนต์และน้ำหนักของรถ ควรนำไปตรวจเช็กสภาพที่สถานให้บริการตรวจสอบสภาพรถ ที่สำคัญการเบรกแบบลากต่อเนื่องเป็นการเพิ่มภาระให้รถทำงานหนักขึ้นอีกด้วย

แป้นเบรกติดหรือยึด

คนขับหลายคนไม่รู้ตัวว่าเบรกค้าง เว้นแต่จะมีใครบีบแตรบอกคนขับเพื่อให้รู้ว่าไฟเบรกเปิดอยู่ ก่อนขับรถออกไปก็ควรดูว่ามีเศษขยะติดอยู่ใต้แป้นหรือไม่ หรือใช้งานได้ปกติหรือเปล่า ในส่วนของเบรกมือที่มีปัญหา เช่น ก้านสูบถอยไม่สุดเบรก S-cams (ระบบเบรกที่ใช้ในยานยนต์ขนาดใหญ่) หรือตัวปรับความหย่อนติดและต้องการการหล่อลื่น ดังนั้นการบำรุงรักษาในเชิงป้องกันและการตรวจสอบส่วนประกอบของล้อทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญ

ตลับลูกปืนชำรุด

ตลับลูกปืนชำรุด

ส่วนต่อประสานของเพลาและดุมล้อเป็นอีกแหล่งความร้อนที่อาจจะเกิดไฟไหม้ได้ อาจเป็นเพราะการขาดการหล่อลื่นหรือการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าน้ำมันหล่อลื่นจะหมดเนื่องจากซีลชำรุดหรือซีลเสียหายจากน้ำหรือเศษวัสดุในตลับลูกปืน ไม่ว่าจะปัญหาใดก็ตามหากแกนหมุนของเพลากับดุมล้อเกิดการเสียดสีกันควรแก้ไขทันที ในทางกลับกันการขันตลับลูกปืนให้แน่นเกินไปอาจทำให้การหล่อลื่นน้อยลงซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนได้ แม้ว่าอาจจะไม่ถึงระดับที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้แต่อาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของซีลลดลง ส่งผลให้เศษขยะเข้าไปตันข้างในหรือน้ำมันหล่อลื่นรั่วไหลออกมาได้

เติมจาระบีมากเกินไป  

หลายคนคิดว่าการเติมจาระบีในปริมาณที่มาก ๆ จะส่งผลให้การหล่อลื่นดีขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่านั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ล้อได้ แนะนำให้เติมในปริมาณที่พอดี เพราะถ้ามากเกินไปจะทำให้ตลับลูกปืนร้อนเกินเพราะไม่มีการกระจายความร้อน หากตลับลูกปืนมีการทำงานที่อุณหภูมิ 250 ฟาเรนไฮต์หรือสูงกว่าเป็นเวลานานต่อเนื่องกัน มีโอกาสทำให้ตลับลูกปืนเสียหาย ในกรณีที่น้ำมันหล่อลื่นหมดบวกกับอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเสียหายจนชิ้นส่วนแยกออกจากรถบรรทุกหรือทำให้วัสดุโดยรอบร้อน เป็นสาเหตุที่ทำให้ถึงจุดที่ยางติดไฟได้

เติมจาระบี

เฝ้าดูสัญญาณการซึมของน้ำมันหล่อลื่น

ควรตรวจสอบดุมล้อที่หล่อลื่นด้วยน้ำมันทุกครั้งที่ใช้รถ ควรตรวจสอบน้ำมันหล่อลื่นเพื่อหาความผิดปกติและดมกลิ่นว่ามีกลิ่นไหม้ไหม นอกจากนี้ควรตรวจสอบสภาพของกระจกมองข้างด้วย ในการตรวจเช็กควรยกล้อขึ้นและหมุนเพื่อตรวจดูสัญญาณการหมุนว่าฝืดหรือลื่นมากน้อยแค่ไหน หากถอดฝาครอบดุมล้อ ให้ตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่นเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เติมมากเกินไป ตรวจสอบการปนเปื้อนและการกัดกร่อนของตลับลูกปืนด้านนอกด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวมาผู้ขับขี่ทุกคนสามารถป้องกันการเกิดไฟไหม้ล้อได้โดยการใช้เวลาเพียงเล็กน้อยสำหรับคนขับในการตรวจสอบสภาพรถก่อนการเดินทาง หลังการเดินทาง และระหว่างเส้นทางอย่างละเอียดถี่ถ้วน

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก: https://www.trucknews.com

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

 

 

 

Advertisement