รถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติ

การจากวิจัยของบริษัทแห่งหนึ่งพบว่า รถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกลงถึง 22% ไม่เพียงแค่มีประโยชน์ในเรื่องของการลดมลพิษทางอากาศเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขนส่งให้ดีขึ้น ระบบของรถบรรทุกอัตโนมัติประกอบด้วยรถสองคัน คันหลักมีคนขับเพื่อนำทางรถบรรทุกคันที่สอง นึกภาพตามว่าเราตั้ง GPS ให้คันที่สองขับมาตามทางที่เรากำหนดไว้ โดยที่มีผู้ช่วยคอยควบคุมอยู่ในรถแต่ไม่ได้ขับ

ข้อแตกต่างที่รถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติต่างจากรถบรรทุกทั่วไปคือ สามารถเพิ่มความจุของการขนส่งได้เป็นสองเท่า เพิ่มเวลาพักผ่อนให้คนขับและสามารถทำงานต่อเนื่องได้ 22 ชั่วโมงต่อวัน การทำงานของรถบรรทุกอัตโนมัติน่าเชื่อถือได้เพราะว่ามีคนขับหลักคอยนำเส้นทางและคอยมองกระจกข้างเพื่อดูลาดเลาของรถคันที่สอง ในขณะที่รถคันที่สองเองก็มีผู้ช่วยที่คอยสังเกตการณ์อยู่บนรถเพื่อดูว่าเซนเซอร์ทำงานได้ปกติและมีประสิทธิภาพมากพอหรือไม่ ที่สำคัญรถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติสามารถจับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้าได้ไกลถึง 180 เมตร รวมไปถึงเช็กการจราจรล่วงหน้าได้อีกด้วย

Locomation trucks on highway
Credit image: Locomation

รถบรรทุกต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนช่วยในการทำงาน เนื่องจากในปัจจุบันแรงงานรถบรรทุกมีแนวโน้มลดลงแต่กลับกันปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น นักพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขับขี่อัตโนมัติยืนยันว่าคนขับไม่ต้องกลัวว่าจะตกงานเพราะรถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนคนขับ แต่เข้ามาเพื่อเป็นผู้ช่วยขับในธุรกิจขนส่งมากกว่า

ในยุคดิจิตอลแบบนี้แน่นอนว่ารถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติได้รับการสนับสนุนจากคนขับยุคใหม่ค่อนข้างมาก ไม่เพียงแค่เป็นผู้ช่วยที่ดีในการขนส่งเท่านั้น แต่รวมไปถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ไม่ได้ปล่อยควันจากท่อ ในส่วนของการชาร์จไฟไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเพียงแค่ขับเข้าไปที่สถานีชาร์จ เทคโนโลยีของตัวรถและสถานีชาร์จไฟจะจัดการชาร์จเองอัตโนมัติ พร้อมกับบริการที่เรียกเก็บเงินอัตโนมัติเช่นกัน

ข้อดีที่ได้จากการใช้รถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติคือ ลดการใช้เชื้อเพลิง 10% มีความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น คนขับสะดวกสบายขึ้นและลดความเครียดของผู้ขับขี่ได้

รถบรรทุกขนส่งอัตโนมัติ

แน่นอนว่ามีคนเห็นด้วยก็ต้องมีคนแย้ง คนบางกลุ่มตั้งข้อสงสัยว่าหากเราหันมาใช้รถบรรทุกอัตโนมัติทั้งหมดอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น รถเสียระหว่างขนส่งจะสามารถวางป้ายสามเหลี่ยมฉุกเฉินเพื่อเตือนรถด้านหลังได้อย่างไร หรือจะโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่จราจรอย่างไร ที่กล่าวมาเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่เกิดในตอนนี้และต้องใช้เวลาในการพัฒนาอาจจะ 4 ปีหรือมากกว่านั้น

ในปัจจุบันต่างประเทศได้มีการนำรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติบ้างแล้ว มันคงดีไม่น้อยหากได้มีการนำมาเข้าใช้ในประเทศไทยบ้างเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งมากขึ้น ส่วนกระแสตอบรับจะไปในทิศทางใดก็คงต้องติดตามกันต่อไป

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก: www.trucknews.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement