หลายครั้งที่ เรามักจะเห็นรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ล็อกบ้าง ไม่ล็อกบ้าง ทั้งที่มีความเสี่ยงที่จะร่วงหล่น หรือเกิดอุบัติเหตุเช่นเดียวกับข่าวร้ายในหลายครั้งที่ผ่านมา  แล้วเกิดความสงสัยว่าไม่ล็อกตู้แบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ?

แน่นอนว่า  “รถบรรทุกไม่ล็อกตู้คอนเทนเนอร์ = มีความผิด” 

ปัจจัยที่รถบรรทุกไม่ยอมล็อกตู้

ผู้ประกอบการส่วนขนส่งใหญ่จะรู้ว่า รถบรรทุกที่ไม่ล็อกตู้คอนเทนเนอร์นั้นมีความผิด แต่ผู้ประกอบการเหล่านี้กลับเพิกเฉย ทั้งยัง กำชับพนักงานขับรถของตัวเองและสร้างความเชื่อผิดๆ ว่า การขับรถบรรทุก พนักงานทุกคนอย่าให้ตัวหัวลาก หรือตัวรถเป็นอะไรไปโดยเด็ดขาด และบอกเป็นนัยยะว่าเวลาเอารถบรรทุกไปขับ ต้องเอาใจใส่กับตัวรถเป็นหลัก ส่วนตู้คอนเทนเนอร์และสินค้าที่อยู่ภายในจะมีประกันภัยดูแลรับผิดชอบ ดังนั้นหากเสียหายจึงไม่เป็นที่น่ากังวลเท่าตัวรถ จึงเป็นการปลูกฝั่งความเชื่อผิดๆ ส่งต่อกันมา

เรื่องนี้เคยมีครูสอนขับรถใหญ่ให้ความเห็นว่า คนขับรถบรรทุกที่มีความเชื่อว่า ในกรณีที่ล็อกตู้คอนเทนเนอร์แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุหรือมีการเลี้ยวกะทันหัน ตู้คอนเทนเนอร์จะดึงเอาตัวรถพลิกคว่ำไปด้วย ซึ่งความเชื่อแบบนี้ถือว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด ซึ่งเพราะแม้ว่าคนขับรถบรรทุกจะล็อกหรือไม่ล็อกตู้คอนเทนเนอร์ แต่ถ้าคนขับเข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือเลี้ยวในลักษณะกลับรถ ตู้และตัวรถก็มีโอกาสพลิกคว่ำได้ทั้งสิ้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะล็อกหรือไม่ล็อกตู้

ในทางกลับกันการล็อกตู้คอนเทนเนอร์จะช่วยให้คนขับรถบรรทุกและผู้ใช้เส้นทางปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนขับรถบรรทุกหักเลี้ยว หรือตีโค้งกะทันหัน ตู้คอนเทนเนอร์จะกดทับตัวรถเอาไว้ ซึ่งยากต่อการพลิกคว่ำ และโอกาสเสี่ยงที่ตู้คอนเทนเนอร์จะหล่นทับผู้ร่วมใช้ทางจะมีน้อยมาก นี่คือสิ่งที่คนขับรถบรรทุกยังไม่เข้าใจและยังมีความเชื่อที่ผิดๆ กันอยู่

ขณะเดียวกัน บางครั้งที่คนขับรถบรรทุกเดินทางไปขนสินค้าใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาจากโรงงาน หรือท่าเรืออาจต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และรถบรรทุกจะต้องเคลื่อนตัวออกไปให้เร็วที่สุด เพราะถ้าขนสินค้าใส่ตู้คอนเทนเนอร์ล่าช้า จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นตามมา จึงเป็นที่มาให้คนขับรถบรรทุกไม่ได้ล็อกตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งแต่ต้นทาง

วิธีสังเกตรถบรรทุก “ล็อก” หรือ “ไม่ล็อก” ตู้คอนเทนเนอร์

ย้อนไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ได้ใช้ยาแรงคุมเข้มให้ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จดทะเบียนใหม่ทุกคัน ต้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) ให้มั่นคงแข็งแรงกับตัวรถและสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะ สมรรถนะ และการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้าและการให้ความเห็นชอบอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ พ.ศ. 2561 ซึ่งต้องติดตั้งไม่น้อยกว่า 4 จุด ต่อ 1 ตู้บรรทุกสินค้า และต้องอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้การกระจายน้ำหนักบรรทุกมีความเหมาะสม

 โดยต้องติดแผ่นสะท้อนแสงสีเหลือง / ขาว และสีแดงที่ตัวอุปกรณ์ เมื่ออุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) อยู่ในตำแหน่งการล็อก ต้องปรากฏสัญลักษณ์สีเหลืองหรือสีขาวตามแนวยาวของตัวรถ หากอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) อยู่ในตำแหน่งไม่ล็อก จะปรากฏสัญลักษณ์สีแดงตามแนวยาวของตัวรถอย่างชัดเจน เพื่อเป็นจุดสังเกตให้ผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมทางมองเห็นได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ต้องติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนในเวลากลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร และหากเป็นรถบรรทุก ทุกลักษณะ ที่มีจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยาง ตั้งแต่ 2 เพลา 4 ล้อ ยาง 6 เส้น ขึ้นไป (ยกเว้นรถลากจูง) ต้องติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงควบคู่กับอุปกรณ์สะท้อนแสงด้วย โดยแผ่นสะท้อนแสงต้องมีความกว้างอย่างน้อย 0.50 – 0.60 เซนติเมตร ติดตั้งสูงจากพื้นอย่างน้อย 25 – 150 เซนติเมตร ด้านท้ายรถต้องติดตั้งเป็นแนวยาวรอบขอบทุกด้านโดยใช้แผ่นสะท้อนแสงสีแดงหรือสีเหลือง ส่วนด้านข้างติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงสีขาวหรือสีเหลืองเป็นแนวยาวเฉพาะขอบด้านล่าง และติดตั้งเพิ่มเติมเฉพาะที่มุมด้านบนเพื่อแสดงระยะความสูงของรถ หรืออาจติดตั้งเป็นแนวยาวรอบขอบทุกด้านได้เช่นเดียวกัน รถที่ติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงแล้วแต่ใช้วัสดุหรือมีสีไม่เป็นไปตามกำหนดต้องแก้ไขให้ให้ถูกต้องภายในปี 2562

แต่จนถึงตอนนี้ เรายังเห็นรถบรรทุกไม่ล็อกตู้วิ่งกันเกลื่อนถนน

ปรับหนักถึง 5 หมื่น โทษสูงถึงเพิกถอน

หลายครั้งที่กรมการขนส่งทางบก คุมเข้มกวดขันรถบรรทุกไม่ใช้ทวิสล็อก(Twist-Lock) ยึดตู้บรรทุกสินค้าทุกคันทุกเส้นทางทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยมอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ  จัดผู้ตรวจการลงพื้นที่ตั้งจุดตรวจทุกจังหวัด ส่วนกลางตั้งจุดตรวจบนบริเวณถนนสายหลักและสายรองทั้งขาเข้า-ออกกรุงเทพฯ รวมถึงเส้นทางรอบกรุงเทพฯ ที่มีรถบรรทุกวิ่งเป็นจำนวนมาก และมักมีประกาศออกมาว่ากรณีพบความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดทุกกรณี และหากพบเป็นการกระทำผิดซ้ำจะพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ และใบอนุญาตประกอบการทันที 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนส่งต้อเข้มงวดตรวจสอบควบคุมดูแลความปลอดภัย โดยต้องตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้าหรือทวิสล็อก (Twist-Lock) ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หากเพิกเฉยไม่ล็อกตู้บรรทุกสินค้า จะถูกลงโทษตามกฎหมายสูงสุดทันที โดยผู้ประกอบการขนส่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 71 ประกอบมาตรา 148 อุปกรณ์และส่วนควบไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ส่วนผู้ขับรถมีความผิดตามมาตรา 102 (4) ประกอบมาตรา 127 ไม่ใช้เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามที่กฎหมายกำหนด ปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท อีกทั้งต้องติดตั้ง GPS Tracking เพื่อการติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถด้วยระบบ GPS กรณีไม่ควบคุมพนักงานขับรถในสังกัด จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีความผิดทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการขนส่งและต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สนับสนุนโดย : นำสินประกันภัย บริษัทประกันที่คนใช้รถใหญ่ให้ความเชื่อมั่น

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement