อะไหล่รถ

เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปข้างหน้าได้การนำรถเพื่อการพาณิชย์มาใช้จึงตอบโจทย์ที่สุด บางธุรกิจนำไปใช้เพื่อขนส่งสินค้า นำไปใช้เพื่องานอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อการเดินทาง แต่ปัจจัยหลักที่มองข้ามไม่ได้เลยคืออะไหล่รถยนต์ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ จึงจำเป็นต้องดูแลรักษา เปลี่ยน ตรวจสอบอย่างรอบคอบ

 

6 อะไหล่รถเพื่อการพาณิชย์ที่ต้องเปลี่ยน

  1. น้ำมันเครื่อง

สำหรับเครื่องยนต์น้ำมันเครื่องเปรียบเสมือนปัจจัยหลักที่ช่วยในการหล่อลื่นเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ แต่เพื่อน้ำมันเครื่องรวมไปถึงไส้กรองน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รถที่ใช้ในการขนส่งหรือต้องวิ่งรถบ่อย ๆ ควรเปลี่ยนในระยะเวลาทุก ๆ 5,000 กิโลเมตร หรือตามกำหนด แต่หากตรวจพบว่าน้ำมันเครื่องเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แสดงว่าน้ำมันเสื่อมสภาพแล้ว สามารถเปลี่ยนก่อนกำหนดได้เลย

  1. ผ้าเบรก

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 25,000 – 60,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับและการจราจรในพื้นที่ด้วย เพราะผ้าเบรกเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่มีผลต่อความปลอดภัยของรถ เมื่อไหร่ก็ตามที่เหยียบเบรกแล้วได้ยินเสียงดังเอี๊ยดเกิดขึ้น แสดงว่าผ้าเบรกใกล้หมดแล้ว อย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจส่งผลกระทบต่อจานเบรกที่อาจจะมี

  1. แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ควรเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 3 ปีจะดีมาก ส่วนแบตเปียกควรเช็กน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับแบตเตอรี่แบบแห้งจะดูแลรักษาง่ายกว่า สามารถใช้งานได้นานกว่าแบบเปียก เพราะแบบเปียกจำเป็นต้องมีการเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอเพื่อให้แบตเตอรี่สามารถเก็บประจุไฟได้อย่างเต็มที่นั่นเอง และต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง

4. ไส้กรองอากาศ

ไส้กรองอากาศควรทำความสะอาดทุก ๆ 3,000 – 5,000 กิโลเมตร เปลี่ยนในระยะเวลา 1 ปี เพราะหากมีสิ่งสกปรกเข้ามาอุดตันจะทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ส่งผลกระทบให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เริ่มลดลง ไส้กรองอากาศจึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการกรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนเข้าไปยังเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์อยู่เสมอ

  1. หลอดไฟต่าง ๆ

เมื่อหลอดไฟขาดควรเปลี่ยนทันทีเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ควรตรวจสอบทุกครั้งก่อนนำรถไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง ไฟตัดหมอก หรือไฟดวงอื่น ๆ ว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ เพื่อการขับขี่บนท้องถนนที่ดีและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุควรหมั่นตรวจสอบสม่ำเสมอ

6 . ใบปัดน้ำฝน

เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน และอากาศช่วงนี้ก็เปลี่ยนแปลงบ่อย ส่งผลต่ออายุการใช้งานใบปัดน้ำฝนที่จะเสื่อมสภาพเร็วควรเปลี่ยนทุก ๆ 1 ปี ดังนั้น หากเมื่อไรก็ตามที่ทดลองใช้เครื่องปัดน้ำฝนแล้วใบปัดไม่สามารถรีดน้ำได้อย่างสะอาดหมดจดแล้ว ควรรีบเปลี่ยนทันที เพราะหากปล่อยไว้เมื่อถึงเวลาที่ต้องขับในช่วงที่ฝนตกอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตได้

อะไหล่รถ

 

นอกจากอะไหล่ข้างต้นสิ่งที่ควรเปลี่ยนก็เช่น น้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์ที่ควรเปลี่ยนในระยะเวลา 20,000 – 40,000 กิโลเมตร ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ควรเปลี่ยนประมาณ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร สายพานไทม์มิ่งเปลี่ยน ประมาณ 100,000 กิโลเมตร หรือหัวเทียนประมาณ 40,000 กิโลเมตรเพราะหากไม่เปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ก็ได้ อย่างไรก็ตามควรนำรถไปเช็กระยะตามกำหนดที่ศูนย์บริการหรืออู่จะดีมาก เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้รถได้ใช้งานต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

     

 

โดย…เวโย

 

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

 

Advertisement