เทรนด์ของการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนในปัจจุบัน กำลังเป็นเรื่องที่หลายภาคส่วนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ที่กำลังขยายตัวไปทั่วโลกทั้งในเมืองใหญ่และตามพื้นที่ชนบท ซึ่งจะเห็นว่าการดำเนินงานของโลจิสติกส์หลายกิจกรรมมีส่วนอย่างมากที่ส่งผลให้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ธุรกิจโลจิสติกส์เองต้องรู้จักปรับตัวอยู่เสมอเพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เพราะยุคนี้การพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญ และทุกธุรกิจต้องบูรณาการพร้อมกับขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบตามบริบทขององค์กร

ดังนั้น หลักการของเรื่องนี้คือการที่ธุรกิจให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการดำเนินธุรกิจโดยปกติ

ด้านผู้บริโภคเองก็มีจิตสำนึกในการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ในการส่งผลให้แนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขยายไปในวงกว้างกับกลุ่มธุรกิจทั่วโลก ทั้งยังเป็นแรงผลักดันและกระตุ้นให้กับหลายองค์กรใส่ใจถึงเรื่องนี้ และได้ถูกนำมาใช้มากขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์    

ยกตัวอย่าง ประเทศจีนในขณะนี้ที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการทำธุรกิจที่ความยั่งยืน ทั้งยังมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ โดยมี 2 แนวทางคือ การดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมา โดยการชดเชยคาร์บอนเครดิต (Carbon Offsets) และการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ต้น ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับแนวทางแรก โดยในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์นั้น ต้องหยุดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แล้วเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานหมุนเวียน 100%

โดยเรื่องนี้รัฐบาลท้องถิ่นของประเทศจีนได้ตอบสนองนโยบายจากส่วนกลางเพื่อก้าวผ่านสู่ ‘เศรษฐกิจและสังคมสีเขียว’ โดยเฉพาะการจำกัดและกำจัดอุตสาหกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงานและสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการบริการให้มีความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงภาคการขนส่งและโลจิสติกส์นี้ด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ “ท่าเรือฝางเฉิงก่าง” ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ประกอบการค้าผลไม้ และเป็นเมืองเดียวของจีนที่มีพรมแดนทางบกและทางทะเลติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประตูแห่งภาคตะวันตกเฉียงใต้” ได้เริ่มใช้งาน “สถานีเปลี่ยนแบตเตอรีสำหรับรถบรรทุก” เป็นแห่งแรกในกลุ่มท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้กว่างซี (อ่าวตังเกี๋ย) โดยมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (EV Truck) อีกจำนวน 10 คัน ซึ่งจะใช้ในการปฏิบัติงานภายในเขตท่าเรือฝางเฉิงก่าง เป็นการขานรับนโยบาย “เศรษฐกิจและสังคมสีเขียว” ของประเทศจีน

เสริมแกร่งเพื่อแข่งขันในตลาดโลก

ในขณะที่เศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ การบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องดำเนินงานภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการแข่งขันที่มีทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้เกิดความพึงพอใจภายใต้การดำเนินงานที่มีต้นทุนรวมต่ำย่อมได้เปรียบ การดำเนินธุรกิจในสถานการณ์เช่นนี้ การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ และการนำเอาวิธีการจัดการโซ่อุปทานมาประยุกต์ใช้สามารถช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้

ประกอบกับ ปัจจุบันโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติที่เริ่มมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วทั่วโลกจึงตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และผู้บริโภค เรียกได้ว่าทุกกิจกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในซัพพลายเชนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การบริโภค และการจัดการของเสีย ทางด้านการบริหารจัดการเกี่ยวกับกรีนโลจิสติกส์ (Green Logistic) ที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรมตลอดกระบวนการ นอกจากนี้ในส่วนของผู้บริโภคที่มีจิตสำนึกในการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้นก็มีส่วนในการสร้างแรงผลักดันให้กับองค์กร แนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) จึงได้ถูกกล่าวถึงและนำมาใช้มากขึ้น

ปัจจุบันประเทศที่พัฒนาแล้วในกลุ่มยุโรปและอเมริกา ได้เริ่มมีข้อจำกัดทางการค้า ที่เกี่ยวข้องกับกรีนโลจิสติกส์ ส่งผลให้ธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลกพยายาม ปรับตัวเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินงานธุรกิจ เพื่อก้าวข้ามการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งต้องสามารถตอบสนองเทรนด์ความต้องการรักษ์สิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค รวมถึงความตระหนักและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับองค์กร


อย่างไรก็ตาม ในแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน หลายครั้งยังมีปัญหาเมื่อต้องนำมาใช้หรือประสานงานกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐด้วยอาจจะเป็นด้วยข้อจำกัดด้านโครงสร้าง กฎระเบียบ บุคลากร และขั้นตอนการทำงาน ที่ยังไม่มีความพร้อม ขณะที่ภาคธุรกิจเองมีความพร้อมทั้งด้านทักษะ เงินทุน บุคลากรที่มีความสามารถ และไม่มีโครงสร้างหรือกฎระเบียบที่แข็งตัวเหมือนภาครัฐ จึงมีศักยภาพที่จะช่วยผลักดันให้แนวคิดเหล่านี้แพร่ขยายและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่สามารถพัฒนาโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้ซัพพลายเชนในธุรกิจมีความยั่งยืนยิ่งขึ้นได้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

 

โดย…น้าเช

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement