รถเครน

เทียบกันชัด ๆ ไปเลยระหว่างรถเครนเคลื่อนที่กับรถเครนอยู่กับที่ว่ามีวิธีการทำงานแตกต่างกันอย่างไร ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจ รถเครนในภาพรวมทั่วไปกันก่อน

โดยทั่วไปที่เราจะเห็นในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นเป็นเครนชนิดขาสูง หรือเรียกอีกชื่อว่าเครนเหนือศีรษะ เป็นเครนไฟฟ้าที่ใช้ยกของไม่หนักมาก เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด ส่วนวัสดุที่มีน้ำหนักมากจะใช้เป็นเครนหอสูงยกแทน เพราะด้วยความที่ตัวเครนสูงสามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของได้สะดวกมากกว่า และสุดท้ายรถเครนหรือเรือเครน สามารถเคลื่อนที่ได้ รถเครนเน้นการใช้งานสำหรับการยกของที่ไม่หนักมาก ขนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ในขณะที่เรือเครนก็มีการใช้งานตามชื่อเรียกของมัน มักจะใช้ที่ท่าเรือสำหรับเคลื่อนย้ายของที่มีน้ำหนักมาก

เมื่อเราได้รู้จักภาพรวมเบื้องต้นของเครนไปแล้วทีนี้เรามาทำความรู้จักกับการทำงานของเครนกันบ้าง เครนจะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 แบบ หลัก ๆ คือ เครนเคลื่อนที่ กับ เครนอยู่กับที่ เราลองมาดูว่าทั้งสองจะทำงานแตกต่างกันอย่างไร

โดยเริ่มจากเครนเคลื่อนที่ เป็นเครนที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมและเครื่องต้นกำลังอยู่ในตัว ซึ่งติดตั้งอยู่บนยานที่ขับเคลื่อนในตัวเอง เน้นการใช้งานไปที่การยกสิ่งของเพื่อเคลื่อนไปยังที่ต่าง ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทย่อยดังนี้

credit image: sc04.alicdn.com
  1. รถเครนตีนตะขาบ จะมีการเคลื่อนที่ด้วยตีนตะขาบ ส่วนใหญ่มีบูมเป็นแบบบูมสาน มักจะใช้ในไซต์งานที่บุกเบิกใหม่ มีขนาดตั้งแต่ 50 ตัน ไปจนถึง 100 ตัน

ข้อดี – แนวโน้มในการติดหล่มยาก

ข้อเสีย – ไม่สามารถวิ่งต่อเนื่องเป็นระยะทางหลายร้อยเมตรได้เพราะเสี่ยงที่จะทำให้กลไกของล้อสึกเร็ว

credit image: blogspot.com
  1. รถเครนล้อยาง จะมีเครนอยู่ด้านหลังหรือด้านบน เคลื่อนที่ทุกล้อ วิ่งได้เร็วคล้ายรถบรรทุก ทำงานในพื้นที่ขรุขระหรือพื้นที่สมบุกสมบันได้ มีบูมเฟรมเป็นท่อน ๆ เคลื่อนที่เข้าออกภายในบูมท่อนแรก มีขนาดตั้งแต่ 25 ตัน ขึ้นไป

ข้อดี – เคลื่อนที่เข้าพื้นที่ที่มีองศาเลี้ยวแคบได้ดี

ข้อเสีย – สมบุกสมบันน้อยกว่าเครนรถแบบตีนตะขาบ

credit image: furukawaunic.co.th
  1. เครนติดรถบรรทุก เป็นเครนติดตั้งอยู่บนรถบรรทุกใช้สำหรับยกของขึ้นตัวรถ มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีแบบพับหลังและแบบปกติ สามารถยกของได้ถึง 8 ตัน

ข้อดี – วิ่งเร็วได้ เลี้ยวมุมแคบได้ วิ่งไปทำงานได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยรถเทรลเลอร์โลวเบท

ข้อเสีย – ควรวิ่งบนถนนที่ค่อนข้างแข็งแรง ไม่สามารถวิ่งทางที่ลื่นมากได้และตัวรถที่ยาวอาจไม่สามารถเลี้ยวเข้าที่คับแคบได้

credit image: www.siamnanapan.co.th
  1. รถเครน 4 ล้อ ออกแบบเพื่อใช้งานในพื้นที่ขรุขระ ขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ 4 ล้อ มีขนาดตั้งแต่ 8 ตัน ขึ้นไป

ข้อดี – สามารถวิ่งข้ามอำเภอหรือข้ามจังหวัดได้แต่ต้องใช้ความเร็วต่ำ (ต่ำกว่าเครนติดรถบรรทุก)

ข้อเสีย – ไม่เหมาะสมกับงานที่มีระยะทางไกล ทำงานในพื้นที่บุกเบิกใหม่ได้ แต่สมรรถนะไม่ได้เหมาะสมเท่ากับเครนล้อตีนตะขาบ

 

เมื่อพูดถึงเครนเคลื่อนที่ไปแล้ว ต่อไปเราจะมาดูประเภทของเครนอยู่กับที่กันบ้างว่ามีการทำงานอย่างไรและมีอะไรบ้าง

เครนอยู่กับที่จะประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมและเครื่องต้นกำลังอยู่ในตัว ซึ่งติดตั้งอยู่บนหอสูง ขาตั้งหรือบนล้อเลื่อน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อยคือ

  1. เครนหอสูงหรือที่เรียกว่าปั้นจั่นหอสูง สามารถเคลื่อนที่ขนย้ายของได้ 6 ทิศทาง เป็นการติดตั้งรางวิ่งกับโครงสร้าง สูงกว่าระดับพื้น ส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันมักจะถูกใช้ในการก่อสร้างอาคารหรือตึกสูง

ข้อดี – เนื่องจากความสูงของตัวเครนจึงยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้

ข้อเสีย – ระหว่างเครนทำงานต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างมาก

  1. เครนโรงงานหรือเครนอุตสาหกรรม สามารถปรับการทำงานได้ตามต้องการ เหมาะกับงานในพื้นที่ภายในโรงงาน เครนโรงงานใช้สำหรับการเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีการเคลื่อนที่ 6 ทิศทาง คือ ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา หน้า-หลัง มีทั้งแบบรางคู่และรางเดี่ยว
credit image: www.kpfactorycrane.com

2.1 เครนรางเดี่ยวหรือเครนแบบคานเดี่ยว เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ยกน้ำหนักไม่มาก ใช้พื้นที่สูงจากรางวิ่งเครนถึงหลังคาไม่สูงมากนัก มีการติดตั้งรอกไฟฟ้าไว้ที่ใต้รางวิ่ง

ข้อดี – มีความเร็วเหมาะสมสำหรับการเคลื่อนย้ายสิ่งของ

ข้อเสีย – ยกน้ำหนักได้ไม่มาก

Credit image: www.kpfactorycrane.com

2.2 เครนรางคู่หรือเครนแบบคานคู่ จะมีการติดตั้งรอกไฟฟ้าไว้ที่ด้านบนระหว่างคานสองตัว เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ยกน้ำหนักมาก ใช้สำหรับงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสหกรรมเคมีและโรงไฟฟ้า เป็นต้น

ข้อดี – มีโครงสร้างที่แข็งแรงและปลอดภัยกว่า เหมาะกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ข้อเสีย – หากมีการใช้ความเร็วที่มากเกินไปจะทำให้ความปลอดภัยลดลง

 

แน่นอนว่าเครนมีบทบาทในวงการอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง การไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ตาม แต่การใช้เครนเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้การดำเนินงานไม่สามารถประสบความสำเร็จได้สมบูรณ์ อาจจะต้องใช้อุปกรณ์การก่อสร้างอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อเครนหรือใช้งาน ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเสียก่อนว่าแต่ละประเภทมีการทำงานอย่างไร มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรเพื่อทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก: www.kpfactorycrane.com, www.nextplus.co.th, www.kachathailand.com, https://bkkauction.com

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement