เทคโนโลยีโลจิสติกส์

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โลจิสติกส์และซัพพลายเชนอาจเป็นหนึ่งในส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อุตสาหกรรมโลจิสติกส์อาจได้รับประโยชน์สูงสุดจากการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อติดตามแนวโน้มวงการโลจิสติกส์ที่ทันสมัยที่สุด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และระบบขนส่งอัตโนมัติ เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันสตาร์ทอัพที่มีการใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่มากับนวัตกรรมเหล่านี้คือความคาดหวังและมาตรฐานใหม่ ที่ทำให้บริษัททั้งหลายรู้สึกกดดัน เนื่องจากลูกค้าก็คาดหวังในตัวพวกเขาเช่นกัน

บริษัทด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนควรเตรียมพร้อมเพื่อปรับตัวให้เข้านวัตกรรมสม่ำเสมอ ดังนั้นเราจะมาแบ่งปัน 6 เทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่บริษัททั้งหลายควรจับตาดู

  1. Artificial and Augmented Intelligence (AI)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ได้เริ่มคิดปัญญาประดิษฐ์ การขนส่งอัจฉริยะ การวางแผนเส้นทาง และวางแผนความต้องการในการดำเนินงาน ปัจจัยเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ตั้งแต่ระบบหุ่นยนต์ส่งของ การแก้ปัญหาด้านความยั่งยืน ระบบเก็บสินค้าเข้าคลังอัตโนมัติไปจนถึงซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพเชิงคาดการณ์ ได้สร้างความแตกต่างอย่างมากในด้านการขนส่ง ผู้ขนส่งสินค้า ผู้ให้บริการขนส่ง ซัพพลายเออร์ และผู้บริโภคต่างก็คาดหวังที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีโลจิสติกส์เหล่านี้

  1. Digital Twins หรือ คู่เสมือนดิจิทัล

คู่เสมือนดิจิทัล หรือเรียกอีกชื่อว่า ฝาแฝดดิจิทัล เป็นหนึ่งในแนวโน้มเทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่ควรจับตามอง อย่างที่หลายคนรู้กันดีว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อจำลองวัตถุทางกายภาพที่มีความซับซ้อน สามารถใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และใช้ข้อมูลนั้นเพื่อระบุข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นหรือมีแนวโน้มที่เกิดซ้ำเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานในอนาคต นอกจากนั้นสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ข้อมูลตามเวลาจริง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงเวลาการส่งของและพัฒนายานพาหนะให้ขับเคลื่อนด้วยตนเองต่อไป

  1. Real-Time Supply Chain Visibility

เป็นเทคโนโลยีที่ส่งเสริมให้บริษัทใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการจราจร สภาพอากาศ สภาพถนนหรือท่าเรือนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินการธุรกิจ เพื่อปรับปรุงความต้องการหรือการปรับเปลี่ยนทำให้บริษัทมีประสิทธิภาพมากกว่าบริษัทที่ไม่มีการรวมระบบถึง 20%

  1. Blockchain

เป็นเทคโนโลยีที่เก็บข้อมูลจากผู้ผลิตและผู้ใช้งานกว่าพันล้านข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงความปลอดภัยของผู้ใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากช่วยเรื่องประสิทธิภาพแล้ว เทคโนโลยีบล็อกเชนยังช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับอีกด้วย

  1. Data Standards and Advanced Analytics

DCSA เป็นเพียงการวิเคราะห์มาตรฐานข้อมูลในการขนส่ง สามารถใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราห์มาปรับปรุงเพื่อคาดเดาความต้องการ การวางแผนการผลิต การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ การตรวจจับสภาวะที่ไม่คาดคิด และการปรับปรุงการขนส่ง เมื่อข้อมูลทั้งหมดได้ตามที่ต้องการ ทุกบริษัทจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล

  1. เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนความยั่งยืน

ความยั่งยืนเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมต่าง ๆ และโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในนั้นที่ควรคำนึงถึงเนื่องจากการขนส่งแต่ละครั้งใช้เวลาและใช้พลังงานค่อนข้างมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นแนวทางที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นบริษัทต่าง ๆ จึงใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าหรือ AI มาใช้เพื่อคำนวณการปล่อยมลพิษให้น้อยที่สุด

เพื่อให้ธุรกิจของคุณได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ลองหันมาศึกษาเทคโนโลยีเพื่อนำไปปรับให้เข้ากับธุรกิจที่ทำอยู่ก็ไม่เสียหาย หากคุณเองรู้จักเทคโนโลยีที่สนับสนุนให้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตก็สามารถมาแบ่งปันกับทีมของเรา “Bus&Truck” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก: www.transmetrics.ai

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement